น สาธุ พลวา พาโล ยูถสฺส ปริหารโก
น สาธุ พลวา พาโล ยูถสฺส ปริหารโก.
[คำอ่าน : นะ, สา-ทุ, พะ-ละ-วา, พา-โล, ยู-ถัด-สะ, ปะ-ริ-หา-ระ-โก]
“คนโง่มีกำลังบริหารหมู่ ไม่สำเร็จประโยชน์”
(ขุ.ชา.สตฺตก. 27/221)
คนพาลคือบุคคลที่ขาดสติปัญญา ไม่สามารถคิดไตร่ตรองหรือแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมได้ อีกทั้งยังไม่มีคุณธรรมเป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิต ความเป็นคนพาลจึงไม่ใช่เพียงการขาดความรู้เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการขาดจริยธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คนประเภทนี้มักใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผล และตัดสินใจโดยปราศจากการพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากคนพาลซึ่งขาดปัญญาและศีลธรรม ได้มีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำหรือผู้บริหาร ย่อมนำมาซึ่งความเสื่อมถอยของหมู่คณะ เพราะเขาจะไม่สามารถวางแผนหรือวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน การตัดสินใจของเขาจึงเต็มไปด้วยอคติ ความลำเอียง และความคับแคบทางความคิด ที่สำคัญคือ ขาดความสามารถในการรับฟังและปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง ทำให้การบริหารขาดประสิทธิภาพ และไม่สามารถนำพาหมู่คณะให้พัฒนาได้
ลักษณะของคนโง่ คือ การยึดติดในความคิดของตนเองโดยไม่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง มองเห็นปัญหาแต่ไม่สามารถมองเห็นแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง หรือหากแก้ปัญหา ก็มักเลือกทางออกที่ผิดเพราะไม่มีวิจารณญาณที่ดีพอ ส่งผลให้ปัญหาไม่เพียงไม่หมดไป แต่ยังซ้ำเติมให้รุนแรงขึ้นในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ การเป็นผู้นำจึงไม่อาจวางอยู่บนพื้นฐานของตำแหน่งหรืออำนาจเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยปัญญา ความสามารถ และคุณธรรมอย่างรอบด้าน ผู้นำที่ดีต้องรู้จักการเรียนรู้ มีปัญญาและคุณธรรม และคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ จึงจะสามารถประคับประคองหมู่คณะให้ดำรงอยู่ในหนทางแห่งความเจริญได้
สังคมหรือองค์กรใดที่มีผู้นำซึ่งเปี่ยมด้วยคุณธรรมและปัญญา ย่อมมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปในทางที่ดี เพราะทุกการตัดสินใจจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ไม่ใช่อารมณ์หรือผลประโยชน์ส่วนตน ฉะนั้น การเลือกผู้นำจึงควรพิจารณาจากคุณลักษณะภายในมากกว่าภายนอก เพราะผู้นำที่ขาดคุณธรรมและปัญญา ก็คือคนพาลที่พาหมู่คณะไปสู่ความหายนะโดยแท้.