ผู้ใดเห็นทุกข์ว่าเกิดเพราะกาม ผู้นั้นจะพึงน้อม (จิต) ไปในกามได้อย่างไรฯ

ผู้ใดเห็นทุกข์ว่าเกิดเพราะกาม ผู้นั้นจะพึงน้อม (จิต) ไปในกามได้อย่างไร ผู้รู้จักอุปธิว่าเป็นเครื่องข้องในโลกแล้ว พึงศึกษาเพื่อกำจัดอุปธิเสีย

ผู้สำรอกราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว ชื่อว่าได้ข้ามทะเลที่มีสัตว์ร้ายฯ

ผู้สำรอกราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว ชื่อว่าได้ข้ามทะเลที่มีสัตว์ร้าย มีผู้ร้าย มีภัยจากคลื่น อันข้ามไปได้ยากนักนี้.

เมื่อรากยังมั่นคง ไม่มีอันตราย ต้นไม้แม้ถูกตัดแล้วย่อมงอกได้อีก ฉันใดฯ

เมื่อรากยังมั่นคง ไม่มีอันตราย ต้นไม้แม้ถูกตัดแล้วย่อมงอกได้อีก ฉันใด, เมื่อตัณหานุสัยยังไม่ถูกกำจัดแล้ว ทุกข์นี้ย่อมเกิดร่ำไป ฉันนั้น

เหมือนอย่างว่า เพราะคุมส่วนทั้งหลายเข้า เสียงว่ารถย่อมมีฉันใด

เหมือนอย่างว่า เพราะคุมส่วนทั้งหลายเข้า เสียงว่ารถย่อมมีฉันใด เมื่อขันธ์ทั้งหลายยังมีอยู่ การสมมติว่าสัตว์ ย่อมมี ฉันนั้น.

บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น ปรารถนาสิ่งใด ดูหมิ่นสิ่งที่ได้แล้วนั้น ฯลฯ

บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น ปรารถนาสิ่งใด ดูหมิ่นสิ่งที่ได้แล้วนั้น เพราะความต้องการไม่มีที่สุด, พวกเราจงทำความนอบน้อมผู้ปราศจากความต้องการเถิด

การไม่เห็นสิ่งที่รัก เป็นทุกข์ และการเห็นสิ่งที่ไม่รัก ก็เป็นทุกข์ ฯลฯ

การไม่เห็นสิ่งที่รัก เป็นทุกข์ และการเห็นสิ่งที่ไม่รัก ก็เป็นทุกข์ เหตุนั้นจึงไม่ควรทำอะไรให้เป็นที่รัก เพราะความพรากจากสิ่งที่รักเป็นการทราม

ไม่ควรฟังคำก้าวร้าวของคนอื่น, ไม่ควรมองดูการงานของคนอื่น ฯลฯ

ไม่ควรฟังคำก้าวร้าวของคนอื่น, ไม่ควรมองดูการงานของคนอื่น ที่เขาทำแล้วและยังไม่ได้ทำ, ควรพิจารณาดูแต่การงานของตน ที่ตนทำแล้วและยังไม่ได้ทำเท่านั้น

ในโลกนี้ ผู้ที่ชอบถือตัว ย่อมไม่มีการฝึกฝนตน ฯลฯ

ในโลกนี้ ผู้ที่ชอบถือตัว ย่อมไม่มีการฝึกฝนตน, คนมีใจไม่มั่นคงย่อมไม่มีความรู้, ผู้ประมาท แม้อยู่ในป่าคนเดียว ก็ข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยูไม่ได้

ชีวิตคืออายุอันน้อยนี้ ถูกชรานำเข้าไป ฯลฯ

ชีวิตคืออายุอันน้อยนี้ ถูกชรานำเข้าไป เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีเครื่องต้านทาน ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น มุ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย.

บุคคลไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ใฝ่หาสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ฯลฯ

บุคคลไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ใฝ่หาสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ยังชีวิตให้เป็นไปด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะเหตุนั้น ผิวพรรณย่อมผ่องใส

ผู้เข้าใจสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ ฯลฯ

ผู้เข้าใจสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ และเห็นสิ่งที่เป็นสาระว่าไม่เป็นสาระ เขามีความดำริผิดเป็นโคจร จึงไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ

คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเป็นผู้เกียจคร้าน ไม่ดี, บรรพชิตไม่สำรวม ก็ไม่ดี ฯลฯ

คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเป็นผู้เกียจคร้าน ไม่ดี, บรรพชิตไม่สำรวม ก็ไม่ดี, พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำ ไม่ดี, บัณฑิตมักโกรธ ก็ไม่ดี

ภิกษุพึงสงบกิเลสและบาปธรรมที่เป็นภายในเสีย ฯลฯ

ภิกษุพึงสงบกิเลสและบาปธรรมที่เป็นภายในเสีย ไม่พึงแสวงหาความสงบจากที่อื่น เมื่อระงับภายในได้แล้ว สิ่งที่จะพึงยึดถือใหม่ย่อมไม่มี สิ่งที่ยึดถือไว้จำจะสละ จะมีแต่ไหน