เวปุลลธรรม 6 ประการ

เวปุลลธรรม 6 ประการ

เวปุลลธรรม 6 ประการ

เวปุลลธรรม คือ คุณสมบัติที่จะทำให้บุคคลเป็นผู้เติบใหญ่ไพบูลย์ในธรรมหรือคุณความดีทั้งหลายในเวลาไม่นาน มี 6 ประการ คือ

1. อาโลกพหุโล

อาโลกพหุโล เป็นผู้มากด้วยความสว่างแห่งปัญญาหยั่งรู้ คือ มีญาณมาก มีความรู้มาก มีปัญญามาก ได้แก่ ประกอบด้วยปัญญา 3 ด้าน คือ

  • ปริยัติญาณ ปัญญาคือความรู้ที่เกิดจากการศึกษา
  • ปฏิปัตติญาณ ปัญญาคือความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ
  • ปฏิเวธญาณ ปัญญาคือความรู้แจ้งแทงตลอดซึ่งอริยสัจทั้ง 4

2. โยคพหุโล

โยคพหุโล เป็นผู้มากด้วยความเพียรประกอบการ คือ มากไปด้วยความเพียร ทั้งทางโลกและทางธรรม ความเพียรทางโลก คือ พยายามให้การงานที่ประกอบนั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ส่วนความเพียรในทางธรรมนั้น จำแนกออกเป็น 4 ประการ คือ

  • สังวรปธาน ความเพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน
  • ปหานปธาน เพียรละหรือกำจัดบาปที่เกิดขึ้นแล้ว
  • ภาวนาปธาน ความเพียรในการสร้างกุศลให้เกิดขึ้นในสันดาน
  • อนุรักขนาปธาน ความเพียรในการรักษาคุณงามความดีที่มีอยู่แล้วไม่ให้เสื่อมไป

3. เวทพหุโล

เวทพหุโล เป็นผู้มากด้วยความเบิกบานใจ คือ มีปีติปราโมทย์อยู่เสมอ ได้แก่ มีความอิ่มอกอิ่มใจต่อผลงาน ต่อความดีต่าง ๆ ที่ตนได้ทำมาได้ปฏิบัติมาทั้งทางโลกและทางธรรม ความอิ่มใจทางโลก ได้แก่ เมื่องานหรือสิ่งที่ตนประกอบทุกอย่างสำเร็จสมประสงค์ ส่วนความอิ่มใจทางธรรมนั้น แบ่งออกเป็น 3 ขั้น คือ

  • ความอิ่มใจในขั้นต่ำ เกิดขึ้นเพราะการเรียนรู้ปริยัติตามภูมิตามชั้นของตนแล้วสอบได้ ย่อมภาคภูมิใจ สุขใจมิใช่น้อย
  • ความอิ่มใจในขั้นกลาง เกิดขึ้นเพราะการปฏิบัติธรรม เช่น เจริญสมถกัมมัฏฐาน หรือเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน แล้วเกิดความอิ่มใจที่เรียกว่า ปีติ 5 มีขุททกาปีติ เป็นต้น
  • ความอิ่มใจขั้นสูง เกิดขึ้นเพราะการปฏิบัติธรรมจนได้ผลเต็มที่แล้ว เกิดความอิ่มใจเป็นพิเศษ

4. อสนฺตุฏฺฐิพหุโล

อสนฺตุฏฺฐิพหุโล เป็นผู้มากด้วยความไม่สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย คือ ไม่รู้อิ่มไม่รู้พอในการบำเพ็ญความดี หมายความว่า ไม่พอใจเพียงเท่านั้น ไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ต้องพยายามก้าวหน้าต่อไปอีก คือพยายามทำทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล ไม่ลดละ

5. อนิกฺขิตฺตธุโร

อนิกฺขิตฺตธุโร ไม่ทอดธุระในกุศลธรรมทั้งหลาย คือ ไม่เพิกเฉยต่อการบำเพ็ญกุศลธรรมทั้ง 4 ระดับ คือ

  • กามาวจรกุศล ได้แก่ กุศลที่เกิดขึ้นจากทาน ศีล เป็นต้น
  • รูปาวจรกุศล ได้แก่ กุศลที่เกิดขึ้นจากการเจริญสมถกัมมัฏฐานในส่วนที่เป็นรูปกัมมัฏฐาน จนได้รูปฌาน
  • อรูปาวจรกุศล ได้แก่ กุศลที่เกิดขึ้นจากการเจริญอรูปกัมมัฏฐาน จนได้สำเร็จอรูปฌาน
  • โลกุตตรกุศล ได้แก่ บุญกุศลที่เกิดขึ้นจากการเจริญพระวิปัสสนากัมมัฏฐาน จนได้บรรลุอริยมรรคอริยผล

6. อุตฺตริญฺจ ปตาเรติ

อุตฺตริญฺจ ปตาเรติ เพียรพยายามทำกิจบัดนี้ให้ลุล่วง ก้าวสู่คุณความดีที่สูงยิ่งขึ้นไป คือ พยายามก้าวหน้าต่อไป ทั้งภาคปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ จนสามารถหลุดพ้นจากกิเลสาสวะทั้งหลายทั้งปวง

Scroll to Top