Tagged: ปกิณกวรรค หมวดเบ็ดเตล็ด

พุทธศาสนสุภาษิตหมวดเบ็ดเตล็ด เป็นการรวบรวมเอาหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนาที่หลากหลาย ไม่จัดเข้าในหมวดใดหมวดหนึ่ง ให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาและนำไปเป็นหลักในการดำรงชีวิตให้ถูกต้องดีงามตามหลักศีลธรรมอันดี

รูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ และธรรมารมณ์นั้น ล้วนเป็นโลกามิสอันร้ายกาจ สัตวโลกหมุกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้

รูปา สทฺทา คนฺธา รสา ผสฺสา ธมฺมา จ เกวลา เอตํ โลกามิสํ โฆรํ เอตฺถ โลโก วิมุจฺฉิโต.

คนใดจักทำตามโอวาทที่ผู้รู้แสดงแล้ว คนนั้นจักถึงฝั่งที่สวัสดี เหมือนพ่อค้าถึงฝั่งที่สวัสดีเพราะม้าวลาหก

เย จ กาหนฺติ โอวาทํ นรา พุทฺเธน เทสิตํ โสตฺถึ ปรํ คมิสฺสนฺติ วลาเหเนว วาณิชา

ในที่ใด ยังไม่รู้จักคนโดยกำเนิด หรือโดยขนบประเพณี เมื่อยู่ในที่นั้น หมู่คนที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ควรทำความถือตัว

ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติ ชาติยา วินเยน วา น ตตฺถ มานํ กยิราถ วสํ อญฺญาตเก ชเน

กามคุณ 5 ในโลก มีใจเป็นที่ 6 อันท่านชี้แจงไว้แล้ว บุคคลคลายความพอใจในกามคุณนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ได้อย่างนี้

ปญฺจ กามคุณา โลเก มโนฉฏฺฐา ปเวทิตา เอตฺถ ฉนฺทํ วิราชิตฺวา เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจติ.

คนเขลา มีกำลัง หาทรัพย์อย่างผลุนผลัน ไม่ดี นายนิรยบาลย่อมฉุดคนโง่มีปัญญาทราม ผู้คร่ำครวญอยู่นั้นไปสู่นรกอันร้ายกาจ

น สาธุ พลวา พาโล สาหสํ วินฺทเต ธนํ กนฺทนฺตเมตํ ทุมฺเมธํ กฑฺฒนฺติ นิรยํ ภุสํ.

อินทรีย์ของมนุษย์มีอยู่เพื่อประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ คือ ที่ไม่รักษาไม่เป็นประโยชน์ ที่รักษาจึงเป็นประโยชน์

อินฺทฺริยานิ มนุสฺสานํ หิตาย อหิตาย จ อรกฺขิตานิ อหิตาย รกฺขิตานิ หิตาย จ.

เปลวไฟที่ถูกกำลังลมพัดดับวูบไป ย่อมกำหนดนับไม่ได้ ฉันใด ผู้รู้พ้นไปแล้วจากนามกาย ดับวูบไป ย่อมกำหนดนับไม่ได้ ฉันนั้น

อจฺจิ ยถา วาตเวเคน ขิตฺตํ อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ เอวํ มุนี นามกายา วิมุตฺโต อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ.

การไม่ทำบาปทั้งปวง การยังกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว สามข้อนี้เป็นคําสั่งสอนของท่านผู้รู้ทั้งหลาย

สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธานสาสนํ.

กำหนดรู้สัญญาแล้วพึงข้ามโอฆะได้ เป็นมุนีไม่ติดในสิ่งที่หวงแหน ถอนลูกศรแล้วเที่ยวไป ไม่ประมาท ชื่อว่าไม่หวังในโลกหนี้และโลกหน้า

สญฺญํ ปริญฺญา วิตเรยฺย โอฆํ ปริคฺคเหสุ มุนิ โนปลิตฺโต อพฺพูฬฺหสลฺโล จรมปฺปมตฺโต นาสึสติ โลกมิมํ ปรญฺจ.

พึงศึกษาวิเวก ซึ่งเป็นคุณอันสูงสุดของพระอริยะทั้งหลาย ไม่ถือตัวว่าเป็นผู้ประเสริฐเพราะวิเวกนั้น ผู้นั้นแล ชื่อว่าปฏิบัติใกล้นิพพาน

วิเวกญฺเญว สิกฺเขถ เอตทริยานมุตฺตมํ เตน เสฏฺโฐ น มญฺเญถ ส เว นิพฺพานสนฺติเก.

ผู้ใดรู้จบพระเวทในโลกนี้ สละเครื่องข้องในภพน้อยใหญ่ได้แล้ว ผู้นั้นปราศจากตัณหา ไม่มีทุกข์ ฯลฯ

วิทฺวา จ โย เวทคู นโร อิธ ภวาภเว สงฺคมิมํ วิสชฺช โส วีตตณฺโห อนิโฆ นิราโส อตาริ โส ชาติชรนฺติ พฺรูมิ.

ผู้ไม่โลเล ไม่ทำความติดในรส ไม่เลี้ยงผู้อื่น เที่ยวบิณฑบาตตามลำดับ มีจิตไม่ติดในสกุล พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด

รเสสุ เคธํ อกรํ อโลโล อนญฺญโปสี สปทานจารี กุเล กุเล อปฺปฏิพทฺธจิตฺโต เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.

ผู้ใดครอบงำตัณหาลามก อันล่วงได้ยากในโลก ความโศกทั้งหลายย่อมตกไปจากผู้นั้น เหมือนหยาดน้ำตกจากใบลัว ฉะนั้น

โย เว ตํ สหตี ชมฺมึ ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ โสกา ตมฺหา ปปตนฺติ อุทพินฺทุว โปกฺขรา.

ผู้ใดเห็นทุกข์ว่าเกิดเพราะกาม ผู้นั้นจะพึงน้อม (จิต) ไปในกามได้อย่างไร ผู้รู้จักอุปธิว่าเป็นเครื่องข้องในโลกแล้ว พึงศึกษาเพื่อกำจัดอุปธิเสีย

โย ทุกฺขมทฺทกฺขิ ยโตนิทานํ กาเมสุ โส ชนฺตุ กถํ นเมยฺย อุปธึ วิทิตฺวาน สงฺโคตฺ โลเก ตสฺเสว ชนฺตุ วินยาย สิกฺเข.

ผู้ใดไม่มีกามอยู่ ผู้ใดไม่มีตัณหา และผู้ใดข้ามความสงสัยได้ ผู้นั้นย่อมมีความพ้นที่ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นอีก

ยสฺมึ กามา น วสนฺติ ตณฺหา ยสฺส น วิชฺชติ กถงฺกถา จ โย ติณฺโณ วิโมกฺโข ตสฺส นาปโร.

ผู้สำรอกราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว ชื่อว่าได้ข้ามทะเลที่มีสัตว์ร้าย มีผู้ร้าย มีภัยจากคลื่น อันข้ามไปได้ยากนักนี้

ยสฺส ราโค จ โทโส จ อวิชฺชา จ วิราชิตา โส อิมํ สมุทฺทํ สคาหํ สรกฺขสํ สอุมฺมิภยํ สุทุตฺตรํ อจฺจตริ.