พึงสมาคมกับสัตบุรุษ พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ ผู้นั้นรู้ทั่วถึงสัทธรรมของสัตบุรุษแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ.
พุทธศาสนสุภาษิตหมวด “การคบหา” เป็นหลักธรรมทางพุทธศาสนาที่เน้นการพัฒนาความสัมพันธ์และความเข้าใจในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล โดยหมวดนี้สอนให้ผู้ศึกษาเรียนรู้ถึงวิธีการคบหากับผู้อื่นอย่างมีปัญญา โดยมุ่งเน้นไปที่ความเข้าใจในแง่มุมต่าง ๆ ของคนและสังคม การคบหาในพุทธศาสนาไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองผ่านประสบการณ์ในการสื่อสารและติดต่อกับผู้อื่นด้วย เพื่อให้เข้าใจว่าบุคคลเช่นใดควรคบและบุคคลเช่นใดไม่ควรคบ มีความสามารถในการเลือกคบคนที่ดีและหลีกเลี่ยงคนที่ไม่ดี
สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ.
นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี เสฏฺฐมุปนมํ อุเทติ ขิปฺปํ ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตรึ ภเชถ.
นาสฺมเส อตฺตตฺถปญฺญมฺหิ.
“ไม่ควรไว้วางใจคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว”
(ขุ.ชา.ทสก. 27/290)
ปสนฺนเมว เสเวยฺย อปฺปสนฺนํ วิวชฺชเย ปสนฺนํ ปยิรุปาเสยฺย รหทํวุทกตฺถิโก.
อติสนฺเตปิ นาสฺมเส.
“ไม่ควรไว้ใจคนที่แกล้งทำสงบเสงี่ยม”
(ขุ.ชา.ทสก. 27/290)
ปิสุเณน จ โกเธน มจฺฉรินา จ วิภูตินนฺทินา สขิตํ น กเรยฺย ปณฺฑิโต ปาโป กาปุริเสน สงฺคโม.
อเปตจิตฺเตน น สมฺภเชยฺย.
“ไม่ควรคบกับคนสิ้นคิด”
(ขุ.ชา.ทุก. 27/84)
ภเช ภชนฺตํ ปุริสํ อภชนฺตํ น ภชฺชเย อสปฺปุริสธมฺโม โส โย ภชนฺตํ น ภชฺชติ.
น สนฺถวํ กาปุริเสน กยิรา.
“ไม่ควรทำความสนิทสนมกับคนชั่ว”
(ขุ.ชา.ทุก. 27/55)
มาสฺสุ พาเลน สงฺคจฺฉิ อมิตฺเตเนว สพฺพทา.
“อย่าสมาคมกับคนพาลซึ่งเป็นดังศัตรูทุกเมื่อ”
(ขุ.ชา.นวก. 27/265)
อสนฺเต นูปเสเวยฺย สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ สนฺโต ปาเปนฺติ สุคตึ.
ตครํ ว ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ ปตฺตาปิ สุรภี วายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา.
น ปาปชนสํเสวี อจฺจนฺตสุขเมธติ โคธากุลํ กกณฺฏาว กลึ ปาเปติ อตฺตนํ.
ปาปมิตฺเต วิวชฺเชตฺวา ภเชยฺยุตฺตมปุคฺคเล โอวาเท จสฺส ติฏฺเฐยฺย ปตฺเถนฺโต อจลํ สุขํ.
ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ กุสาปิ ปูติ วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา.
ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ ยาทิสญฺจูปเสวติ โสปิ ตาทิสโก โหติ สหวาโส หิ ตาทิโส.
สทฺเธน จ เปสเลน จ ปญฺญวตา พหุสฺสุเตน จ สขิตํ หิ กเรยฺย ปณฺฑิโต ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม.
อุทฺธโต จปโล ภิกฺขุ มิตฺเต อาคมฺม ปาปเก สํสีทติ มโหฆสฺมึ อุมฺมิยา ปฏิกุชฺชิโต.
ธมฺมกาโม สุตาธาโร ภเวยฺย ปริปุจฺฉโก สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย สีลวนฺเต พหุสฺสุเต.
นิธีนํว ปวตฺตารํ ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ นิคฺคยฺหวาที เมธาวี ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช ตาทิสํ ภชมานสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย.
ยํ เว เสวติ ตาทิโส.
“คบคนเช่นใด ก็เป็นคนเช่นนั้นแล”
(ว.ว.)
เอกตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ทุกฺขํ วสติ เวริสุ.
“อยู่ในพวกไพรีคืนเดียวหรือสองคืน ก็เป็นทุกข์”
ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิตฺเตเนว สพฺพทา.
“อยู่ร่วมกับพวกพาล นำทุกข์มาให้เสมอไป เหมือนอยู่ร่วมกับศรัตรู”
ธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม.
“อยู่ร่วมกับปราชญ์ นำสุขมาให้ เหมือนสมาคมกับญาติ”
สุโข หเว สปฺปุริเสน สงฺคโม.
“สมาคมกับสัตบุรุษ นำสุขมาให้”
นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี.
“ผู้คบคนเลว ย่อมเลวลง”
ทุกฺโข พาเลหิ สงฺคโม.
“สมาคมกับคนพาล นำทุกข์มาให้”
น สงฺคโม ปาปชเนน เสยฺโย.
“สมาคมกับคนชั่ว ไม่ดีเลย”
(ขุ.ชา.ทุก. 27/61)
ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม.
“การสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ”
(ขุ.เถร. 26/405)
น ปาปชนสํเสวี อจฺจนฺตสุขเมธติ.
“ผู้ไม่คบหาคนชั่ว ย่อมได้รับความสุขส่วนเดียว”
(ขุ.ชา.เอก. 27/46)