วนฺทโก ปฏิวนฺทนํ “ผู้ไหว้ ย่อมได้รับการไหว้ตอบ”
วนฺทโก ปฏิวนฺทนํ.
[คำอ่าน : วัน-ทะ-โก, ปะ-ติ-วัน-ทะ-นัง]
“ผู้ไหว้ ย่อมได้รับการไหว้ตอบ”
(ขุ.ชา.มหา. 28/154)
การไหว้ ถือเป็นการแสดงออกถึงความเคารพของบุคคลต่ออีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งในสังคมไทยและในแนวทางแห่งพระพุทธศาสนา การไหว้เป็นกิริยาที่งดงาม แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน ความรู้จักที่ต่ำที่สูง และการให้เกียรติผู้ที่ควรเคารพ การที่ใครสักคนสามารถไหว้ผู้อื่นได้ด้วยความเต็มใจ แสดงว่าเขาผู้นั้นมีจิตใจที่อ่อนโยนและไม่มีความเย่อหยิ่งถือตัว
ในพระพุทธศาสนาได้แบ่งบุคคลที่ควรเคารพด้วยการไหว้ออกเป็น 3 จำพวก ได้แก่ ชาติวุฑฺโฒ คือ ผู้เจริญด้วยชาติ เช่น ผู้ที่มีชาติกำเนิดสูงกว่าเรา วยวุฑฺโฒ คือ ผู้เจริญด้วยวัย หรือผู้มีอายุมากกว่าเรา และ คุณวุฑฺโฒ คือ ผู้เจริญด้วยคุณ ได้แก่ผู้มีคุณธรรมความดีเหนือกว่าเรา การแสดงความเคารพต่อบุคคลทั้งสามจำพวกนี้ มิใช่เป็นเพียงเรื่องของธรรมเนียม แต่ยังเป็นการฝึกฝนจิตใจให้รู้จักวางตัวอย่างถูกต้องในสังคม
การมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและรู้จักแสดงความเคารพอย่างเหมาะสม เป็นคุณธรรมที่พระพุทธศาสนายกย่อง เพราะเป็นพื้นฐานของความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ผู้ที่มีจิตใจอ่อนน้อมย่อมสามารถเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ และสามารถเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ได้มากกว่าผู้ที่ถือตนหรือหยิ่งผยอง
อานิสงส์ของความอ่อนน้อมนั้นมีมากมาย ไม่เพียงแต่ทำให้บุคคลอื่นรู้สึกชื่นชมและให้เกียรติเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนประตูเปิดสู่ความสัมพันธ์อันดีในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ชุมชน หรือสังคมโดยรวม ผู้ที่อ่อนน้อมย่อมเป็นที่รัก เป็นที่พึ่ง และได้รับการส่งเสริมสนับสนุนในหลายโอกาส
ด้วยเหตุนี้ การไหว้จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรมทางกาย หากแต่เป็นเครื่องแสดงถึงจิตใจอันงดงามของผู้กระทำ เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเข้าใจในคุณค่าของความเคารพและความอ่อนน้อมอย่างแท้จริง และยิ่งแสดงออกอย่างสม่ำเสมอด้วยใจจริง ย่อมได้รับผลแห่งความเคารพกลับคืนจากผู้อื่นอย่างไม่ต้องร้องขอ.