ปูชโก ลภเต ปูชํ “ผู้บูชา ย่อมได้รับบูชา”
ปูชโก ลภเต ปูชํ.
[คำอ่าน : ปู-ชะ-โก, ละ-พะ-เต, ปู-ชัง]
“ผู้บูชา ย่อมได้รับบูชา”
(ขุ.ชา.มหา. 28/154)
ผู้ที่รู้จักบูชาคนที่ควรบูชา ย่อมได้รับการบูชาจากคนอื่นด้วย เพราะการแสดงความเคารพต่อผู้ที่ควรเคารพ เช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์ พระสงฆ์ หรือผู้มีคุณธรรมความดี เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความมีวุฒิภาวะทางจิตใจ ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันประเสริฐที่ผู้คนทั่วไปย่อมยกย่องและชื่นชม
การบูชาคนที่ควรบูชา ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความเคารพด้วยวาจาหรือกิริยาเท่านั้น หากแต่รวมถึงการประพฤติตนให้สมกับเป็นผู้ศรัทธาในความดี ยึดมั่นในคุณธรรมของผู้ที่ตนนับถือ และนำหลักคำสอนหรือแบบอย่างของบุคคลนั้นมาใช้ในการดำเนินชีวิต นี่คือสิ่งที่สะท้อนถึงความจริงใจและจิตใจที่ตั้งมั่นในคุณค่าแห่งคุณธรรม
บุคคลที่มีจิตเคารพในผู้อื่น ย่อมเป็นผู้ไม่เย่อหยิ่ง ไม่หลงตนเอง รู้จักวางตัวอย่างเหมาะสมในสังคม และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สิ่งเหล่านี้จะดึงดูดให้ผู้อื่นรู้สึกศรัทธาในตัวเขาเช่นกัน เพราะผู้ที่ให้ความเคารพผู้อื่น ย่อมได้รับความเคารพตอบในทางเดียวกัน ดั่งเช่นกระจกที่สะท้อนกลับมายังตน
นอกจากนี้ การบูชาคนที่ควรบูชา ยังเป็นการฝึกจิตใจให้สงบและอ่อนโยน เพราะเราต้องระลึกถึงความดีของผู้อื่นเสมอ ซึ่งเป็นการเปิดใจให้เห็นคุณค่าในความดี และละทิ้งอัตตาหรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน สิ่งเหล่านี้เป็นหนทางหนึ่งที่นำไปสู่ความเจริญในธรรม และการมีความสัมพันธ์อันดีในสังคมโดยรอบ
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่รู้จักบูชาคนที่ควรบูชา จึงเป็นผู้ที่สั่งสมคุณงามความดีไว้ในใจ และย่อมได้รับการยกย่องนับถือจากผู้อื่นโดยไม่ต้องร้องขอ เพราะความดีที่ปรากฏนั้น เป็นสิ่งที่ผู้อื่นสัมผัสและเห็นได้ด้วยตนเอง ความเคารพจึงเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และส่งเสริมให้เขากลายเป็นผู้ที่มีคุณค่าทั้งในสายตาของตนเองและในสายตาของสังคม.