หิรินิเสโธ ปุริโส โกจิ โลกสฺมิ วิชฺชติ
หิรินิเสโธ ปุริโส โกจิ โลกสฺมิ วิชฺชติ.
[คำอ่าน : หิ-ริ-นิ-เส-โท, ปุ-ริ-โส, โก-จิ, โล-กัด-สะ-มิ, วิด-ชะ-ติ]
“มีบางคนในโลก ที่ยับยั้งด้วยความละอาย”
(สํ.ส. 15/11, ขุ.ธ. 25/34)
ความละอาย หรือที่เรียกว่า หิริ เป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยค้ำจุนชีวิตให้ดำรงอยู่ในความดี หิริคือความรู้สึกละอายต่อการทำบาป โดยพิจารณาไตร่ตรองถึงชาติกำเนิด ตระกูล คุณธรรม ยศ ตำแหน่ง หรือฐานะของตน ว่าการประพฤติผิดนั้นไม่สมควรกับความเป็นผู้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี หรือมีหลักธรรมประจำใจ การมีหิริจึงเปรียบเสมือนเครื่องยับยั้งใจไม่ให้ตกต่ำไปสู่ทางชั่ว
บุคคลใดที่มีหิริเป็นหลักยึดในใจ ย่อมเป็นผู้ที่เมื่อประสบกับเหตุการณ์ที่ชักนำไปสู่ความชั่ว เช่น การลักขโมย การโกหก การคดโกง หรือการประพฤติผิดต่าง ๆ จะสามารถยั้งคิดและห้ามใจตนเองไว้ได้ทัน เพราะมีความละอายใจเกิดขึ้นมาฉับพลันว่า การกระทำเช่นนั้นไม่เหมาะสมกับตนเอง ไม่สมกับศักดิ์ศรีของผู้มีธรรม
การยับยั้งด้วยหิรินี้เอง ย่อมทำให้ความชั่วหรือการทำบาปไม่อาจเกิดขึ้นได้ บุคคลนั้นจึงไม่ตกไปในวงจรแห่งการผิดศีล ผิดธรรม หรือผิดกฎหมาย ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรักษาตนให้พ้นจากความชั่วเท่านั้น แต่ยังเป็นการดำรงไว้ซึ่งความดีงามที่มั่นคงในชีวิต เป็นเกราะป้องกันจิตใจไม่ให้ตกต่ำลงไปในทางที่เสื่อมอีกด้วย
เมื่อความละอายใจต่อการทำบาปมีอยู่ในตัวคนผู้ใด คนผู้นั้นก็ย่อมเป็นผู้ควรนับถือ เพราะเขามีเครื่องยับยั้งจากภายใน ไม่ต้องอาศัยการห้ามปรามจากภายนอก ความประพฤติของเขาจะเป็นไปในทางที่สุจริต เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่นได้โดยไม่ต้องบังคับ
ด้วยเหตุนี้ หิริ หรือความละอายต่อการทำบาป จึงเป็นคุณธรรมที่ควรปลูกฝังไว้ในใจของทุกคน เพราะเป็นรากฐานของความดีงามที่มั่นคง หากสังคมมีผู้ที่มีหิริมากขึ้นเท่าใด ความสงบสุขและความเจริญทางศีลธรรมก็จะยิ่งเกิดขึ้นมากขึ้นเท่านั้น.