ยถาวาที ตถาการี “พูดอย่างใด พึงทำอย่างนั้น”

ยถาวาที ตถาการี

ยถาวาที ตถาการี.

[คำอ่าน : ยะ-ถา-วา-ที, ตะ-ถา-กา-รี]

“พูดอย่างใด พึงทำอย่างนั้น”

(ที.มหา. 10/255, ขุ.สุ. 25/394, ขุ.เถร. 26/441, ขุ.ชา.จตุกฺก. 27/146)

พูดอย่างใดทำอย่างนั้น เป็นลักษณะของผู้ที่มีความจริงใจและมีความรับผิดชอบสูง บุคคลเช่นนี้จัดเป็น “คนจริง” หรือ “คนตรง” ที่ไม่ปลิ้นปล้อนหลอกลวง ไม่เหลาะแหละหละหลวมในคำพูดหรือการกระทำ เขามีความสัตย์ซื่อต่อคำพูดของตนเอง และให้เกียรติผู้อื่นด้วยความจริงใจ ทั้งยังรักษาคำมั่นสัญญาไว้อย่างเคร่งครัด เป็นที่พึ่งพาได้ของผู้คนรอบข้าง

ผู้ที่พูดอย่างใดทำอย่างนั้น ย่อมเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่นโดยไม่ต้องเรียกร้อง เพราะเมื่อใครสักคนสามารถทำให้ผู้อื่นเห็นว่าคำพูดของเขาเชื่อถือได้ ก็ย่อมได้รับความเชื่อใจโดยธรรมชาติ และยิ่งถ้ามีความมั่นคงในจิตใจ ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ก็ยิ่งได้รับความนับถือมากขึ้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้ เป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำที่ดี

การเป็นคนเช่นนี้ไม่เพียงแค่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความมั่นใจในหมู่คณะ เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นกล้าที่จะยึดถือความจริงใจและความซื่อตรงเป็นหลักในการดำเนินชีวิตร่วมกัน ทำให้เกิดสังคมที่เข้มแข็งและน่าอยู่ขึ้น เพราะมีพื้นฐานของความเชื่อใจและความรับผิดชอบร่วมกัน

อย่างไรก็ดี ก่อนที่เราจะพูดสิ่งใดออกไป ก็ควรใช้ปัญญาไตร่ตรองเสียก่อนว่า สิ่งที่เรากำลังจะพูดนั้นดีหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ และมีประโยชน์ต่อใครหรือไม่ เพราะเมื่อพูดแล้ว ย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อคำพูดนั้น ดังนั้น การพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนพูด จึงเป็นการป้องกันไม่ให้ตนเองตกอยู่ในภาวะที่พูดแล้วทำไม่ได้ หรือเสียความน่าเชื่อถือไปโดยไม่ตั้งใจ

สรุปได้ว่า ผู้ที่พูดอย่างใดแล้วทำอย่างนั้น เป็นผู้ที่ควรยกย่องและนับถือ เพราะเป็นแบบอย่างของคนที่มีความมั่นคงทางจิตใจ มีความรับผิดชอบสูง และมีจริยธรรมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น หากสังคมมีบุคคลเช่นนี้มากขึ้น ย่อมทำให้เกิดความไว้วางใจ ความสามัคคี และการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน.