อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานํ “มารดาบิดา เป็นที่นับถือของบุตร”

อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานํ

อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานํ.

[คำอ่าน : อา-หุ-ไน-ยา, จะ, ปุด-ตา-นัง]

“มารดาบิดา เป็นที่นับถือของบุตร”

(องฺ.ติก. 20/168, องฺ.จตุกฺก. 21/92, ขุ.อิติ. 25/314)

มารดาบิดา เป็นผู้ให้กำเนิดและให้ชีวิตแก่บุตร จึงถือได้ว่าเป็นผู้ที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างแท้จริง ความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกนั้น เป็นความรักที่บริสุทธิ์ ยิ่งใหญ่ และปราศจากเงื่อนไขใด ๆ ไม่หวังผลตอบแทน ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานการณ์ แต่เต็มเปี่ยมด้วยความเสียสละและเมตตาอย่างที่สุด

ท่านทั้งสองยังเป็นผู้มีพระคุณล้นเกล้าต่อบุตรในทุกด้าน ตั้งแต่ให้การเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน ปกป้องคุ้มครอง และคอยสนับสนุนทุกย่างก้าวในชีวิต พ่อแม่คือผู้เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ ทรัพย์สิน และเวลา เพื่อให้บุตรได้มีชีวิตที่ดี เป็นผู้ที่สอนทุกอย่างก่อนใครทั้งหมด จึงนับว่าเป็นอาจารย์คนแรกของชีวิต

ด้วยเหตุนี้ มารดาบิดาจึงเป็นบุคคลสำคัญยิ่งที่บุตรควรยกย่อง เคารพนับถือ และเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ไม่มีใครในโลกนี้ที่มีพระคุณยิ่งใหญ่และลึกซึ้งเท่าพ่อแม่อีกแล้ว ความรักของท่านนั้นมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ลูกจะผิดพลาดไปบ้าง ท่านก็ยังให้อภัยและพร้อมยืนอยู่เคียงข้างเสมอ

บุตรที่มีปัญญาและคุณธรรม ควรน้อมรับรู้พระคุณของมารดาบิดาด้วยจิตสำนึกที่ลึกซึ้ง และแสดงออกด้วยความเคารพกตัญญูทั้งทางกาย วาจา และใจ ควรฟังคำสอนของท่าน ไม่ทำให้ท่านเสียใจ และตอบแทนด้วยความกตัญญู ทั้งการดูแลปรนนิบัติ และทำตนให้เป็นคนดี มีชื่อเสียงเกียรติยศ

ความกตัญญูกตเวทีต่อมารดาบิดา จึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ แต่เป็นคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ เป็นรากฐานของความดีทั้งปวง ผู้ใดมีความกตัญญูผู้นั้นย่อมได้รับความสุขและความเจริญในชีวิต ผู้ใดละเลยพ่อแม่ ผู้นั้นย่อมขาดรากแห่งความเจริญ ดังนั้นจงรักษาความกตัญญูไว้ตราบจนชีวิตจะหาไม่.