ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ.

[คำอ่าน : ปุน-ยา-นิ, ปะ-ระ-โล-กัด-สะ-หมิง, ปะ-ติด-ถา, โหน-ติ, ปา-นิ-นัง]

“บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า”

(สํ.ส. 15/26, องฺ.ปญฺจก. 22/44, ขุ.ชา.ทสก. 27/294)

คำว่า “บุญ” ในทางพระพุทธศาสนา หมายถึง ความดี ความสะอาดบริสุทธิ์ หรือกรรมดีที่ทำแล้วส่งผลให้เกิดความสุข ความเจริญ บุญสามารถเกิดขึ้นจากการทำความดีทั้งทางกาย วาจา และใจ เช่น การให้ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเมตตา รวมถึงการละความชั่วและการฝึกฝนตนเองให้เป็นคนดี บุญจึงเป็นพลังฝ่ายดีที่เก็บสะสมไว้ในจิตของผู้กระทำ และมีอานุภาพส่งผลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

คำว่า “โลกหน้า” ในสุภาษิตนี้ หมายถึง ภพชาติในภายภาคหน้า หรือชีวิตหลังความตาย ตามหลักของกรรมและการเวียนว่ายตายเกิดในพุทธศาสนา เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว สัตว์โลกย่อมเวียนว่ายไปเกิดในภพภูมิต่าง ๆ ตามผลแห่งกรรมที่ได้กระทำไว้ในโลกนี้ และบุญที่สะสมไว้ก็เปรียบได้กับเสบียงหรือพาหนะที่จะนำพาเราไปสู่สุคติภูมิ เช่น โลกมนุษย์ สวรรค์ หรือพรหมโลก ตรงกันข้าม หากไร้บุญและมีแต่กรรมชั่ว ก็ย่อมตกไปสู่ทุคติภูมิ เช่น นรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉาน

เพราะเหตุนี้ บุญจึงเปรียบได้กับ “ที่พึ่ง” ของสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า เมื่อถึงคราวที่ต้องละโลกนี้ไป ไม่อาจพึ่งพาทรัพย์สิน ญาติสนิทมิตรสหาย หรือตำแหน่งใด ๆ ได้อีกแล้ว มีเพียงบุญเท่านั้นที่ติดตามจิตไปได้ และเป็นแรงผลักดันให้ได้เกิดในภพภูมิที่ดีขึ้น การมีบุญเปรียบเหมือนการมีแสงสว่างในทางเดินที่มืดมิด มีพาหนะที่มั่นคงพาเราไปสู่จุดหมาย บุญจึงเป็นพลังฝ่ายดีที่มีค่าที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างความเป็นกับความตาย

สุภาษิตนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้มนุษย์รู้จักเตรียมตัวล่วงหน้า โดยการสั่งสมบุญไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิต ไม่ใช่เพียงเพื่อหวังผลในปัจจุบันเท่านั้น แต่เพื่อเป็นเสบียงแห่งจิตในยามที่ต้องจากโลกนี้ไปในวันข้างหน้า บุญที่เราสร้างไว้จะเป็นเครื่องคุ้มครอง เป็นแรงส่ง เป็นที่พึ่งในวาระสุดท้าย และจะนำพาเราไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่าเดิม ดังนั้น จงเตรียมตัวก่อนตาย ด้วยการสั่งสมบุญให้มาก เพราะบุญจะเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเราเมื่อต้องละจากโลกนี้ไป.