ราชา มุขํ มนุสฺสานํ “พระราชา เป็นประมุขของปวงชน”

ราชา มุขํ มนุสฺสานํ

ราชา มุขํ มนุสฺสานํ.

[คำอ่าน : รา-ชา, มุ-ขัง, มะ-นุด-สา-นัง]

“พระราชา เป็นประมุขของปวงชน”

(วิ.มหา. 5/124, ม.ม. 13/556, ขุ.สุ. 25/446)

สุภาษิตนี้ สื่อถึงสถานะและบทบาทสำคัญของพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้นำสูงสุดของประชาชน คำว่า “ประมุข” หมายถึงหัวหน้าหรือผู้นำที่ได้รับความเคารพและไว้วางใจจากผู้คน พระราชาในระบบราชาธิปไตยจึงเป็นศูนย์รวมของชาติ เป็นผู้ที่ประชาชนเทิดทูนในฐานะผู้นำ ทรงมีหน้าที่ดูแลประชาราษฎร์ให้มีความผาสุก และทรงเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความเป็นหนึ่งเดียวของชาติ

การที่พระราชาทรงเป็นประมุขของปวงชน มิได้หมายเพียงตำแหน่ง แต่รวมถึงภาระหน้าที่ที่ทรงรับไว้ด้วยพระราชหฤทัย พระองค์ต้องทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทรงดำรงอยู่ด้วยคุณธรรม เช่น ความยุติธรรม ความเมตตา ความเสียสละ และทรงเป็นแบบอย่างของการประพฤติดีปฏิบัติชอบ พระราชาผู้เปี่ยมด้วยธรรมจึงเป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นผู้รวมใจของคนในชาติให้เป็นปึกแผ่น

ในขณะเดียวกัน ประชาชนเองก็มีหน้าที่ให้ความเคารพและร่วมมือในการธำรงไว้ซึ่งบ้านเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างพระราชากับประชาชนเปรียบได้กับความสัมพันธ์ของบิดากับบุตร คือมีทั้งหน้าที่ในการดูแลและความรักความกตัญญูตอบแทน หากพระราชาทรงเป็นประมุขผู้ทรงธรรม และประชาชนมีจิตสำนึกในหน้าที่ ความสงบร่มเย็นของบ้านเมืองก็จะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

สุภาษิตนี้จึงสะท้อนหลักการของการปกครองที่เน้นความรัก ความสามัคคี และความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้นำกับผู้ตาม พระราชาที่เป็นประมุขของประชาชน ย่อมต้องทรงตั้งมั่นในธรรมเพื่อความเจริญของแผ่นดิน และประชาชนก็ย่อมร่วมกันรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไว้ด้วยความจงรักภักดี ความเป็นประมุขจึงมิใช่เพียงอำนาจ แต่คือความเป็นที่พึ่ง และที่รวมใจของผู้คนทั้งแผ่นดิน.