กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต ราชา รฏฺฐสฺส ปูชิโต

กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต ราชา รฏฺฐสฺส ปูชิโต

กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต ราชา รฏฺฐสฺส ปูชิโต.

[คำอ่าน : กุด-ทัง, อับ-ปะ-ติ-กุด-ชัน-โต, รา-ชา, รัด-ถัด-สะ, ปู-ชิ-โต]

“พระราชาผู้ไม่กริ้วตอบผู้โกรธ ราษฎรก็ย่อมบูชา”

(ขุ.ชา.จตุกฺก. 27/187)

สุภาษิตนี้ สื่อให้เห็นถึงคุณธรรมสำคัญของผู้ปกครอง คือ “ความอดกลั้น” และ “เมตตา” พระราชาย่อมต้องเผชิญกับความเห็นต่าง คำตำหนิ หรือแม้แต่ความโกรธเคืองจากผู้คนในบางสถานการณ์ แต่หากพระองค์สามารถระงับพระพิโรธ ไม่ตอบโต้ด้วยความโกรธกลับ จะเป็นเครื่องแสดงถึงความมีปัญญา มีจิตใจกว้าง และเป็นผู้ทรงธรรมอย่างแท้จริง

ผู้ที่มีอำนาจแต่ไม่ใช้อารมณ์ตอบโต้ ย่อมเป็นที่เคารพของประชาชนมากกว่าผู้ที่ใช้อำนาจด้วยอารมณ์ การตอบโต้ความโกรธด้วยโทสะ มักนำไปสู่ความแตกแยก ความหวาดกลัว หรือการปกครองที่รุนแรง แต่หากผู้นำสามารถรับฟังด้วยความใจเย็น ใช้สติในการไตร่ตรอง และแก้ปัญหาด้วยหลักธรรม ย่อมสร้างความไว้วางใจและศรัทธาให้แก่ประชาชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ประชาชนย่อมบูชาผู้นำที่มีเมตตา อดทน และวางใจเป็นกลางได้แม้ในยามที่ถูกท้าทาย เพราะสิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติของผู้นำที่แท้จริง ความไม่โกรธตอบ ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือความเข้มแข็งภายในอย่างสูง เป็นการปกครองด้วยธรรม มิใช่ด้วยอำนาจ เมื่อประชาชนเห็นผู้นำที่ตั้งมั่นในธรรม ก็จะเกิดความเคารพและพร้อมร่วมมืออย่างแท้จริง

สุภาษิตนี้จึงให้ข้อคิดว่า ผู้เป็นใหญ่พึงฝึกตนให้มีขันติและใช้ธรรมะเป็นหลักในการตอบสนองต่อความขัดแย้ง พระราชาหรือผู้นำใดก็ตามที่ไม่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ ย่อมกลายเป็นที่รักและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ความบูชาในที่นี้จึงหมายถึงความนับถือ ศรัทธา และยกย่องด้วยใจ ไม่ใช่เพราะอำนาจ แต่เพราะคุณธรรมที่แท้จริงในจิตใจของผู้นำ.