ขตฺติโย เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ เย โคตฺตปฏิสาริโน

ขตฺติโย เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ เย โคตฺตปฏิสาริโน

ขตฺติโย เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ เย โคตฺตปฏิสาริโน.

[คำอ่าน : ขัด-ติ-โย, เสด-โถ, ชะ-เน-ตัด-สะ-หมิง, เย, โคด-ตะ-ปะ-ติ-สา-ริ-โน]

“พระมหากษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐสุด ในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยสกุล”

(ที.ปาฏิ. 11/107, ม.ม. 13/32, สํ.ส. 15/225, สํ.นิ. 16/331)

สุภาษิตที่ว่า “พระมหากษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐสุด ในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยสกุล” นี้ สะท้อนภาพของพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้นำสูงสุดของชาติ โดยคำว่า “ประเสริฐสุด” หมายถึงผู้มีคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ และพระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด ส่วน “หมู่ชนผู้รังเกียจด้วยสกุล” หมายถึงการแบ่งแยกชนชั้นหรือสายสกุลที่คนทั่วไปอาจใช้ตัดสินคุณค่าของผู้อื่น แต่สำหรับพระมหากษัตริย์แล้ว พระองค์ทรงพ้นจากข้อจำกัดเหล่านั้น เพราะทรงเป็นหลักประกันแห่งความยุติธรรมและความสงบของแผ่นดิน

ในสังคมโบราณ การแบ่งสกุลและชนชั้นมีอิทธิพลต่อการยอมรับและการให้เกียรติผู้คนอย่างมาก ผู้คนมักมองว่าผู้ที่มีบรรพชนสูงส่งหรือสกุลดี ย่อมควรค่าแก่การเคารพนับถือ ในขณะที่ผู้มีต้นตระกูลต่ำต้อยมักถูกดูแคลน แต่พระมหากษัตริย์ทรงยืนเหนือการแบ่งแยกนั้น เมื่อทรงกุมอำนาจอธิปไตยและเป็นศูนย์รวมแห่งคุณธรรม พระองค์จึงไม่ถูกจองจำด้วยกรอบสกุลใด ๆ

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ประเสริฐสุดด้วยหน้าที่และจริยวัตรแห่งการปกครอง การทรงธรรม ความเมตตา ตลอดจนการทรงงานเพื่อประโยชน์ของประชาราษฎร์ นำพาความสงบสุขมาให้ประชาชนทุกชนชั้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีสกุลสูงต่ำหรือข้อจำกัดทางสังคมใดก็ตาม ผลงานและคุณธรรมของพระมหากษัตริย์จึงเป็นเครื่องสะท้อนคุณค่าที่แท้จริง ซึ่งมิอาจลดคุณค่าลงเพราะต้นสกุล

ให้เราตระหนักว่า คุณงามความดีและความสามารถของผู้นำย่อมสำคัญกว่ากำเนิดหรือสกุลของบุคคล หากผู้นำทรงคุณธรรม ยึดมั่นความยุติธรรม และเสียสละเพื่อประชาชนแล้ว ทรงเป็นที่เคารพรักของทุกคน โดยไม่แบ่งแยกชนชั้นหรือสกุล การยึดมั่นในคุณธรรมจึงเป็นหนทางสู่ความเป็นหนึ่งที่แท้จริง ทั้งในหมู่ชนที่มีทั้งยศฐาบรรดาศักดิ์และผู้ถูกมองข้ามจากสังคม.