ปุตฺตกํ วิย ราชาโน ปชํ รกฺขนฺตุ สพฺพทา

ปุตฺตกํ วิย ราชาโน ปชํ รกฺขนฺตุ สพฺพทา

ปุตฺตกํ วิย ราชาโน ปชํ รกฺขนฺตุ สพฺพทา.

[คำอ่าน : ปุด-ตะ-กัง, วิ-ยะ, รา-ชา-โน, ปะ-ชัง, รัก-ขัน-ตุ, สับ-พะ-ทา]

“พระราชาจงรักษาประชาราษฎร์ ให้เหมือนบิดารักษาบุตรทุกเมื่อ”

(นัย- ส.ส.)

สุภาษิตนี้เป็นหลักธรรมสำคัญของพระมหากษัตริย์ในอุดมคติ โดยชี้ให้เห็นว่า พระราชาผู้ปกครองแผ่นดินพึงดูแลประชาชนดั่งบิดาที่ดูแลบุตร คือมีความรัก ความห่วงใย เอาใจใส่ และพร้อมเสียสละเพื่อความสุขของลูก เปรียบเช่นกันกับพระราชาที่ควรปกครองด้วยเมตตา ไม่เอาเปรียบ ไม่เบียดเบียน และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักเสมอ

บิดาที่รักลูกย่อมดูแลลูกในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความปลอดภัย และอนาคต เช่นเดียวกับพระมหากษัตริย์ที่ต้องดูแลให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีโอกาสได้รับการศึกษา การรักษาพยาบาล และความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ทอดทิ้งผู้ยากไร้ และไม่ลำเอียงต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นอกจากนี้ยังต้องคอยระงับภัย คุ้มครองบ้านเมือง และสร้างความสามัคคีในชาติให้เหมือนบ้านที่สงบร่มเย็น

คำว่า “ทุกเมื่อ” ในสุภาษิตนี้ยังเน้นย้ำว่าความรักและการดูแลของพระราชาต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องและจริงใจ ไม่ใช่เพียงชั่วคราวหรือเพื่อภาพลักษณ์ การเอาใจใส่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ จะก่อให้เกิดความไว้วางใจ ความรัก และความจงรักภักดีกลับคืนมา บ้านเมืองจะมั่นคงได้ก็ด้วยสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างผู้นำและประชาชน ซึ่งความผูกพันนี้เกิดจากธรรมะ ไม่ใช่อำนาจ

สุภาษิตนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้มีอำนาจทุกระดับให้ยึดหลักแห่งเมตตาธรรมในการปกครอง โดยชี้ว่า ความเป็นผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่การใช้อำนาจ แต่คือการปกครองด้วยความรัก ความเข้าใจ และความเสียสละ เช่นเดียวกับที่บิดาดูแลลูกด้วยหัวใจ ไม่หวังผลตอบแทน หากพระราชาทรงยึดแนวทางนี้ ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข บ้านเมืองจะสงบร่มเย็น และคุณธรรมจะฝังแน่นในสังคม.