ตํ โข ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ นาวชิยฺยติ

ตํ โข ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ นาวชิยฺยติ.

[คำอ่าน : ตัง, โข, ชิ-ตัง, สา-ทุ, ชิ-ตัง, ยัง, ชิ-ตัง, นา-วะ-ชิย-ยะ-ติ]

“ความชนะใดเล่า ชนะแล้วไม่กลับแพ้ ความชนะนั้นดี”

(ขุ.ชา.เอก. 27/22)

ความชนะที่ชนะแล้วไม่กลับแพ้ คือความชนะกิเลสที่ครอบงำจิตใจตนเอง หมายถึงการประพฤติตามธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนสามารถละกิเลสได้ทั้งหมด นี่จึงเป็นชัยชนะที่ประเสริฐ

เพราะชัยชนะดังกล่าวนี้ เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องกลับมาพ่ายแพ้อีก กิเลสที่ละได้แล้วก็เป็นอันละได้แล้ว คือชนะแล้วก็แล้วไป กิเลสตัวใดที่ยังไม่ชนะ คือยังละไม่ได้ ก็ต้องตามห้ำหั่นมันต่อไป ส่วนกิเลสตัวที่เคยเอาชนะคือละได้แล้ว ก็จะไม่กลับมาตามราวีเราอีก

ไม่เหมือนการชนะที่ชาวโลกเขาชนะกันโดยทั่วไป เช่น รบชนะ เล่นกีฬาชนะ แข่งธุรกิจชนะ เป็นต้น การชนะเหล่านี้เป็นการชนะที่ไม่แน่นอน เพราะสักวันหนึ่ง ผู้แพ้ก็จะต้องเอาคืน และเขาอาจชิงชัยชนะไปจากเราได้ และเมื่อถึงเมื่อนั้น เราเองจะกลับเป็นผู้แพ้ และต้องทุกข์ใจเพราะความพ่ายแพ้นั้น

ดังนั้น อย่ามัวแต่แข่งขันเอาชนะกันในเรื่องต่าง ๆ อันเป็นเรื่องของชาวโลก และเป็นการสร้างเวรต่อกันอีกต่อไปเลย หันมาปฏิบัติขัดเกลาจิตใจตน เอาชนะกิเลสในใจของตนเองนี้ให้ได้ย่อมจะดีกว่า เพราะเป็นการชนะที่ประเสริฐ เป็นการชนะที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ และเป็นการชนะที่ไม่กลับแพ้อีก