สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺพติ

สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺพติ

สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺพติ.

[คำอ่าน : สับ-พัด-ถะ, ปู-ชิ-โต, โห-ติ, โย, มิด-ตา-นัง, นะ, ทุบ-พะ-ติ]

“ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง”

(ขุ.ชา.นวก. 27/54)

สุภาษิตนี้ เป็นคำสอนที่ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ คำว่า “มิตร” ในที่นี้หมายถึงเพื่อน ผู้ร่วมสังคม หรือแม้แต่ผู้มีพระคุณและคนรอบข้าง ส่วน “ประทุษร้าย” หมายถึง การคิดร้าย ทำร้าย หรือเอาเปรียบผู้อื่น ดังนั้น ผู้ที่ไม่ประทุษร้ายมิตร ก็คือผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่คิดร้าย ไม่ทรยศหรือหักหลังผู้อื่น มีความจริงใจต่อทุกคน

คนที่ดำรงตนโดยไม่ทำร้ายผู้อื่น โดยเฉพาะเพื่อน ย่อมได้รับความเคารพและไว้วางใจจากคนรอบข้าง เพราะความไว้ใจนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่าย แต่ต้องสั่งสมด้วยการกระทำและความสม่ำเสมอ ผู้ที่ประพฤติตนซื่อตรง ไม่หลอกลวง ไม่หาผลประโยชน์จากมิตร ย่อมได้รับความศรัทธา และเมื่อมีคนเชื่อมั่นในความดีของเขา ก็ย่อมมีผู้บูชานับถือในทุกแห่งที่เขาไป ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมใดก็เป็นที่รักและยกย่องของคนทั้งหลายในที่นั้น ๆ

ในทางกลับกัน ผู้ที่ทรยศหักหลังผู้อื่น หรือแสวงหาประโยชน์บนความเสียหายของมิตร ย่อมไม่มีใครให้ความเคารพ แม้จะประสบความสำเร็จภายนอกเพียงใด แต่หากพฤติกรรมเป็นที่รังเกียจ ไม่มีใครอยากคบหาใกล้ชิด หรือให้เกียรติอย่างจริงใจ ความสัมพันธ์ที่สร้างจากผลประโยชน์ชั่วคราวย่อมไม่ยั่งยืน ต่างจากผู้ที่มีความสัตย์ซื่อ ซึ่งจะได้รับการยกย่องในระยะยาว และเป็นที่พึ่งพาได้ในสายตาของคนรอบข้าง

ดังนั้น เราควรรู้จักรักษาน้ำใจของมิตร และดำรงตนอยู่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คิดร้าย ไม่หักหลัง ไม่เอาเปรียบใคร เพราะความจริงใจคือรากฐานของความสัมพันธ์ที่มั่นคง และเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนดี เมื่อเราไม่ประทุษร้ายมิตร เราจะได้รับความเคารพ ความเชื่อถือ และความรักอย่างจริงใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินทองก็ไม่สามารถซื้อได้.