น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา

น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา

น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา.

[คำอ่าน : นะ, หิ, โน, สัง-คะ-รัน-เต-นะ, มะ-หา-เส-เน-นะ, มัด-จุ-นา]

“ความผัดเพี้ยนกับมฤตยูอันมีกองทัพใหญ่นั้น ไม่ได้เลย”

(ม.อุ. 14/348, ขุ.ชา.มหา. 28/165)

ความตายเป็นสัจธรรมของชีวิตที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน พระราชาหรือสามัญชน ต่างก็ต้องพบกับความตายเช่นเดียวกัน ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าจะตายเมื่อไร ตายที่ไหน หรือในสภาพใด สิ่งนี้สะท้อนให้เราเห็นว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ไม่มีอะไรในโลกที่เราครอบครองได้อย่างถาวร แม้แต่ร่างกายของเราก็ยังไม่สามารถคงอยู่ตลอดไป ความตายจึงเป็นความจริงที่ทุกคนควรระลึกไว้เสมอ

เมื่อเรารู้ว่าชีวิตไม่เที่ยงและความตายอาจมาเยือนได้ทุกเมื่อ เราจึงควรใช้เวลาที่มีอยู่อย่างมีค่า การมัวหลงในความสุขชั่วคราวหรือห่วงแต่ทรัพย์สินภายนอกอาจทำให้เราลืมเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต ซึ่งก็คือการสร้างความดี ความดีนี่เองที่เป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปได้แม้ในยามที่ต้องจากโลกนี้ไป ไม่มีสิ่งใดที่เราจะนำติดตัวไปได้หลังความตาย ยกเว้นเพียงกรรมดีและกรรมชั่วที่เราได้กระทำไว้เท่านั้น

การทำความดีจึงเป็นการเตรียมตัวที่ดีที่สุดสำหรับการจากโลกนี้ไปอย่างมีคุณค่า ความดีที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้อื่น การให้อภัย การเสียสละ หรือการประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ล้วนส่งผลให้เรามีจิตใจที่ผ่องใส มีความสุขทางใจ และเป็นบุญเป็นกุศลที่ติดตัวเราไปในภพหน้า เมื่อถึงเวลาสิ้นชีวิต

เพราะฉะนั้น จงอย่ารอให้ถึงวันสุดท้ายจึงค่อยคิดทำความดี หากเรารู้จักเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ หมั่นฝึกตนให้เป็นคนดี มีเมตตา ซื่อสัตย์ และไม่เบียดเบียนใคร เราจะสามารถเผชิญกับความตายได้อย่างมั่นใจและสงบเย็น ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัวหรือเสียดาย

สุภาษิตนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราใช้ชีวิตด้วยสติ และไม่ประมาท เพราะชีวิตนี้สั้นนัก แต่ความดีที่เราทำจะยั่งยืนและติดตามเราไปตลอดกาล.