ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ (โภคอาทิยะ) 5 ประการ

ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ (โภคอาทิยะ) 5 ประการ

ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ (โภคอาทิยะ) 5 ประการ

ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ หรือ โภคอาทิยะ คือหลักการใช้ทรัพย์สินที่หามาได้โดยบริสุทธิ์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีหลักการใช้จ่ายทรัพย์เพื่อให้เกิดประโยชน์ 5 ประการ คือ

1. เลี้ยงตัวเอง มารดาบิดา บุตรภรรยา และคนในปกครอง ให้เป็นสุข

ทรัพย์ที่หามาได้นั้น ส่วนหนึ่งให้ใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตน บำรุงตนในด้านอันเกี่ยวเนื่องด้วยปัจจัยสี่ รวมทั้งเลี้ยงดูมารดาบิดา บุตร ภรรยา พร้อมทั้งคนในปกครองถ้าหากมี เช่น ข้าทาสบริวาร ลูกน้อง เป็นต้น ให้ได้รับความอยู่ดีมีสุข

2. บำรุงมิตรสหายและผู้ร่วมกิจการงานให้เป็นสุข

ในการประกอบกิจทั้งหลายนั้น ไม่สามารถทำให้สำเร็จลุล่วงด้วยลำพังตนเองเพียงคนเดียวได้ จำต้องอาศัยเพื่อนสนิทมิตรสหาย หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจทั้งหลายช่วยกันขับเคลื่อนกิจการงานนั้น ๆ ให้ดำเนินไปได้ด้วยดี ดังนั้น การใช้จ่ายทรัพย์สินที่หามาได้ เพื่อบำรุงมิตรสหายและผู้ร่วมกิจการงานทั้งหลายให้อยู่ดีมีสุขตามสมควรจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำ

3. บำบัดอันตรายที่เกิดแต่เหตุต่างๆ

ควรแบ่งทรัพย์สินส่วนหนึ่ง ไว้ใช้จ่ายในการบำบัดภัยอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น โรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่สามารถคาดเดาได้ เมื่อมีภัยต่าง ๆ ดังกล่าวเกิดขึ้น ควรมีทรัพย์สินส่วนหนึ่งสำรองไว้เพื่อใช้จ่ายในการบำบัดภัยเหล่านั้น

4. ทำพลี 5 อย่าง

ทรัพย์ส่วนหนึ่ง ให้ใช้ทำพลี 5 ประการ คือ

  • ญาติพลี สงเคราะห์ญาติพี่น้องให้อยู่ดีมีสุข
  • อติถิพลี ต้อนรับแขกผู้มาเยือนให้อิ่มหนำสำราญ
  • ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศผู้ตายหรือบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว
  • ราชพลี บำรุงราชการด้วยการเสียภาษี เป็นต้น
  • เทวตาพลี ทำสักการะเทวดาหรือการทำบุญอุทิศเทวดาทั้งหลาย

5. อุปถัมภ์บำรุงสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ

ควรแบ่งทรัพย์อีกส่วนหนึ่งไว้บำเพ็ญบุญกุศลด้วยการถวายความอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา ถวายการอุปถัมภ์พระภิกษุสงฆ์และสามเณรผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ เป็นต้น

เมื่อบุคคลประกอบสัมมาชีพแสวงหาทรัพย์สินได้มาแล้ว ควรแบ่งทรัพย์ออกเป็นส่วน ๆ และใช้จ่ายทรัพย์ดังจำแนกไว้เบื้องต้นนั้น จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดจากการมีโภคทรัพย์