ใจสั่งมา

อัคคิปาริจริยา 3 ประการ

อัคคิปาริจริยา 3 ประการ

อัคคิปาริจริยา 3 ประการ

อัคคิปาริจริยา แปลว่า ไฟที่ควรบำรุง หมายถึง บุคคลที่ควรบูชาด้วยใส่ใจบำรุงเลี้ยง และให้ความเคารพนับถือตามสมควรแก่ฐานะ มี 3 ประเภท คือ

1. อาหุไนยัคคิ

อาหุไนยัคคิ ไฟอันควรแก่ของคำนับบูชา ได้แก่ มารดาบิดา เพราะมารดาบิดานั้นเปรียบเสมือนไฟ คือให้คุณได้มาก และให้โทษได้มากเช่นกัน

มารดาบิดาให้คุณได้มาก หมายถึง ถ้าบุตรทำดีต่อมารดาบิดา บำรุงมารดาบิดาด้วยดี ย่อมจะได้รับคุณคืออานิสงส์จากการกระทำนั้นอย่างยิ่งใหญ่

มารดาบิดาให้โทษได้มาก หมายถึง ถ้าบุตรทำไม่ดีต่อมารดาบิดา ผลที่เกิดจากการกระทำไม่ดีต่อมารดาบิดานั้นก็หนักหนาสาหัสเช่นกัน

ดังนั้น ผู้เป็นบุตร ควรบูชามารดาบิดาด้วยการบำรุงเลี้ยงดูด้วยดี ประพฤติกตัญญูกตเวทิตาธรรมให้สมบูรณ์ จะได้รับอานิสงส์จากการกระทำนั้นอย่างยิ่งยวด

2. คหปตัคคิ

คหปตัคคิ ไฟของเจ้าบ้าน หมายถึง บุตร ภรรยา และคนในปกครอง

ในฐานะเจ้าเรือนหรือเจ้าบ้าน บุคคลที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับหนึ่งคือคนในบ้าน อันได้แก่ บุตร ภรรยา เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรามากที่สุดคือบุตรและภรรยา บุคคลที่จะให้คุณแก่เราได้มากที่สุดในบ้านก็คือบุตรและภรรยา บุคคลที่จะคอยช่วยเหลือเกื้อกูลเราได้มากที่สุดก็คือบุตรและภรรยา ดังนั้น จึงไม่ควรหันหลังให้บุตรและภรรยา ควรดูแลบำรุงให้ดีและให้ความสำคัญกับบุตรและภรรยาให้มาก

อีกประเภทหนึ่งก็คือ คนในปกครอง หมายถึง ลูกน้อง บริวาร คนในปกครอง คนที่คอยช่วยงานเรา บุคคลเหล่านี้ก็ควรให้ความสำคัญให้มาก ดูแลให้ดี บำรุงให้สมควรแก่ฐานะ เพราะถือว่าเป็นผู้ใกล้ชิดและให้คุณให้โทษแก่เราได้มากเช่นกัน

3. ทักขิไณยัคคิ

ทักขิไณยัคคิ ไฟอันควรแก่ทักษิณา หมายถึง สมณะ บรรพชิตในพระพุทธศาสนา นั่นก็คือพระสงฆ์สามเณรนั่นเอง

พระสงฆ์ เป็นเนื้อนาบุญของโลก บุญที่มีอานิสงส์มากที่สุดคือบุญที่ทำกับพระสงฆ์ เช่น การถวายทาน การบำรุงดูแลด้วยการถวายการอุปถัมภ์ในด้านต่าง ๆ สนับสนุนให้พระสงฆ์สามเณรมีความสะดวกในการศึกษาธรรมะและบำเพ็ญสมณธรรม จะก่อให้เกิดอานิสงส์แก่เราเป็นอย่างมาก

ในทางตรงกันข้าม การปฏิบัติไม่ดีต่อพระสงฆ์สามเณรผู้ทรงศีล ก็ให้โทษคือก่อความเสื่อมให้กับผู้กระทำได้อย่างใหญ่หลวงเช่นเดียวกัน

ดังนั้น พระสงฆ์ผู้ทรงศีลจึงเปรียบเสมือนไฟอีกประเภทหนึ่ง ปฏิบัติดีด้วยก็ให้คุณอย่างอนันต์ ปฏิบัติไม่ดีด้วยก็ให้โทษอย่างมหันต์

ไฟทั้ง 3 ประการนี้ เป็นการเลียนศัพท์มาจากคำว่า บูชาไฟ ในศาสนาพราหมณ์ เพราะพุทธศาสนามองว่าการบูชาไฟนั้นไม่มีประโยชน์ หันมาบูชาไฟคือบุคคลสามประเภทนี้ด้วยการบำรุงด้วยดีจะเกิดประโยชน์มากกว่า