อาวาสิกธรรม 5 ประการ (หมวดที่ 4)

อาวาสิกธรรม 5 ประการ

อาวาสิกธรรม 5 ประการ (หมวดที่ 4)

อาวาสิกธรรม คือ ธรรมของภิกษุผู้อยู่ประจำวัด แปลถือความมาใช้ให้เหมาะกับปัจจุบันว่า คุณสมบัติของเจ้าอาวาส หมวดที่ 4 ประเภทมีอุปการะมากแก่วัด มี 5 ประการ คือ

1. มีศีล

มีศีล ตั้งอยู่ในศีล สำรวมในพระปาฏิโมกข์ ประพฤติเคร่งครัดในสิกขาบททั้งหลาย ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ต้องเป็นผู้รักษาศีลอย่างเคร่งครัด มีศีลบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ภิกษุสามเณรภายในอาวาสได้ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย จึงจะเป็นที่เคารพรักของสพรหมจารีทั้งหลาย

2. เป็นพหูสูต

เป็นพหูสูต ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก รู้หลักพระธรรมวินัย มีความรู้ความเข้าใจกว้างขวางลึกซึ้ง ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ต้องเป็นผู้มีความรู้ในพระธรรมวินัยมาก สามารถอบรมสั่งสอนภิกษุสามเณรทั้งหลายผู้อยู่ในปกครองให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบได้ สามารถแสดงธรรมสั่งสอนอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายได้

3. รู้จักปฏิสังขรณ์

รู้จักปฏิสังขรณ์ เอาใจใส่ดูแลซ่อมแซมเสนาสนะและสิ่งของที่ชำรุดหักพัง ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส พึงเอาใจใส่สอดส่องดูแลเสนาสนะทั้งหลายภายในวัดไม่ให้เกิดความเสียหายสึกหรอ หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดชำรุดผุพังก็ต้องซ่อมแซมปฏิสังขรณ์ให้ดีดังเดิมและใช้การได้

4. บอกกล่าวในคราวจะได้ทำบุญแก่มหาสงฆ์

บอกกล่าวในคราวจะได้ทำบุญแก่มหาสงฆ์ เมื่อมีสงฆ์หมู่ใหญ่มาจากต่างถิ่นต่างแคว้น ขวนขวายบอกชาวบ้านผู้ปวารณาไว้ให้มาทำบุญ เป็นการเปิดโอกาสหรือสร้างโอกาสให้ชาวบ้านผู้มีศรัทธาทั้งหลายได้ทำบุญกับสงฆ์หมู่ใหญ่ประการหนึ่ง เป็นการสงเคราะห์ภิกษุอาคันตุกะผู้มาจากแดนไกลประการหนึ่ง

5. เป็นฌานลาภี

เป็นฌานลาภี ได้ฌาน แคล่วคล่องในฌาน 4 ที่เป็นเครื่องอยู่สุขสบายในปัจจุบัน ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส พึงพยายามบำเพ็ญสมณธรรม หมั่นปฏิบัติสมถกรรมฐาน พยายามทำให้ตนเป็นผู้ได้ฌาน เพราะเจ้าอาวาสผู้ได้ฌานย่อมเป็นที่เคารพรักของสพรหมจารีทั้งหลาย สามารถแนะนำสั่งสอนภิกษุสามเณรภายใต้ปกครองให้เชื่อฟังได้อย่างสนิทใจ

Scroll to Top