อาวาสิกธรรม 5 ประการ (หมวดที่ 3)

อาวาสิกธรรม 5 ประการ

อาวาสิกธรรม 5 ประการ (หมวดที่ 3)

อาวาสิกธรรม คือ ธรรมของภิกษุผู้อยู่ประจำวัด แปลถือความมาใช้ให้เหมาะกับปัจจุบันว่า คุณสมบัติของเจ้าอาวาส หมวดที่ 3 ประเภทอาวาสโสภณคือทำวัดให้งาม มี 5 ประการ คือ

1. มีศีล

มีศีล ตั้งอยู่ในศีล สำรวมในพระปาฏิโมกข์ ประพฤติเคร่งครัดในสิกขาบททั้งหลาย ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ต้องเป็นผู้รักษาศีลอย่างเคร่งครัด มีศีลบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ภิกษุสามเณรภายในอาวาสได้ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย จึงจะเป็นที่เคารพรักของสพรหมจารีทั้งหลาย

2. เป็นพหูสูต

เป็นพหูสูต ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก รู้หลักพระธรรมวินัย มีความรู้ความเข้าใจกว้างขวางลึกซึ้ง ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ต้องเป็นผู้มีความรู้ในพระธรรมวินัยมาก สามารถอบรมสั่งสอนภิกษุสามเณรทั้งหลายผู้อยู่ในปกครองให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบได้ สามารถแสดงธรรมสั่งสอนอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายได้

3. มีกัลยาณพจน์

มีกัลยาณพจน์ มีวาจางาม กล่าวกัลยาณพจน์ รู้จักพูด รู้จักเจรจาน่าศรัทธาและนำปัญญา ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ต้องเป็นผู้มีวาจาน่าเลื่อมใส เพราะต้องติดต่อสื่อสารและเทศนาสั่งสอนคนทั้งหลายอยู่เนือง ๆ ทั้งภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาจากทุกทิศ การมีวาจาอันงดงาม มีวาทศาสตร์วาทศิลป์ ย่อมสามารถโน้มน้าวบุคคลทั้งหลายให้สนใจใฝ่ในธรรม สามารถสร้างประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาได้เป็นอันมาก

4. สามารถกล่าวธรรมีกถา

สามารถกล่าวธรรมีกถา สามารถกล่าวสอนธรรมให้ผู้มาหาเห็นแจ่มชัด ยอมรับไปปฏิบัติเร้าใจให้แกล้วกล้า และเบิกบานใจ ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส พึงเป็นผู้มีความสามารถในการกล่าวธรรมแสดงธรรมให้แก่ผู้ที่เข้าหาพอเหมาะพอควรแก่วัยวุฒิของบุคคลนั้น ๆ เพื่อให้เกิดศรัทธาปสาทะ มีความยินดีที่จะนำหลักธรรมคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปปฏิบัติขัดเกลาตน

5. เป็นฌานลาภี

เป็นฌานลาภี ได้ฌาน แคล่วคล่องในฌาน 4 ที่เป็นเครื่องอยู่สุขสบายในปัจจุบัน ภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส พึงพยายามบำเพ็ญสมณธรรม หมั่นปฏิบัติสมถกรรมฐาน พยายามทำให้ตนเป็นผู้ได้ฌาน เพราะเจ้าอาวาสผู้ได้ฌานย่อมเป็นที่เคารพรักของสพรหมจารีทั้งหลาย สามารถแนะนำสั่งสอนภิกษุสามเณรภายใต้ปกครองให้เชื่อฟังได้อย่างสนิทใจ

Scroll to Top