พหุมฺปิ รตฺโต ภาเสยฺย “คนรักแล้ว มักพูดมาก”

พหุมฺปิ รตฺโต ภาเสยฺย

พหุมฺปิ รตฺโต ภาเสยฺย.

[คำอ่าน : พะ-หุม-ปิ, รัด-โต, พา-ไส-ยะ]

“คนรักแล้ว มักพูดมาก”

(ขุ.ชา.ทฺวาทส. 27/339)

เมื่อบุคคลยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป หรือยังไม่มีผู้คนรักใคร่ชอบพอมากนัก มักจะมีลักษณะนิสัยเรียบร้อย พูดน้อย และสำรวมคำพูด พฤติกรรมเช่นนี้เกิดจากความรู้สึกเกรงใจ และไม่ต้องการแสดงตัวจนเกินงาม จึงเลือกที่จะใช้ถ้อยคำเท่าที่จำเป็น และอยู่ในความเหมาะสม ซึ่งในด้านหนึ่งก็นับว่าเป็นความรอบคอบอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ตนไม่ตกเป็นเป้าสายตาหรือคำติฉิน

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เมื่อมีผู้คนรู้จักและชื่นชอบมากขึ้น บุคคลนั้นก็มักจะรู้สึกมั่นใจในตนเองมากขึ้น และเริ่มพูดมากขึ้นตามไปด้วย แม้ในบางครั้งอาจพูดเรื่องที่ไม่สมควรเปิดเผย หรือพูดในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือสร้างความไม่พอใจแก่ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นยังอาจนำไปสู่พฤติกรรมการพูดจาโอ้อวด พูดให้ดูเหนือกว่าผู้อื่น หรือยกย่องตนเองเกินความเป็นจริง แม้ว่าตนจะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่การพูดลักษณะนี้อาจสร้างความรำคาญใจหรือทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่สบายใจ ส่งผลให้ความนิยมที่เคยมีจากผู้คนค่อย ๆ ลดน้อยลง

การรู้จักประมาณตนในการพูดจาจึงเป็นสิ่งสำคัญ คำพูดที่เหมาะสม ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ในทางตรงกันข้าม หากพูดเกินขอบเขตหรือไม่พิจารณาให้รอบคอบก่อนพูด อาจก่อให้เกิดโทษหรือความเดือดร้อนได้โดยไม่ตั้งใจ

ด้วยเหตุนี้ บุคคลควรฝึกพูดในสิ่งที่ควรพูด พูดให้พอเหมาะพอควร ทั้งด้านเนื้อหา น้ำเสียง และกาลเทศะ ไม่พูดมากเกิน ไม่พูดเพื่อโอ้อวด และไม่เปิดเผยเรื่องที่ไม่จำเป็น การรู้จักวางตัวผ่านคำพูด ย่อมเป็นเครื่องป้องกันตนเองจากปัญหาทางสังคม และยังเป็นการสร้างเสน่ห์ในทางที่ดีแก่ตนเองอีกด้วย.