เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างเกิดขึ้นในโลก ฯลฯ

ยทา จ พุทฺธา โลกสฺมึ     อุปฺปชฺชนฺติ ปภงฺกรา
เต อิมํ ธมฺมํ ปกาเสนฺติ     ทุกฺขูปสมคามินํ.

[คำอ่าน]

ยะ-ทา, จะ, พุด-ทา, โล-กัด-สะ-หมิง…..อุบ-ปัด-ชัน-ติ, ปะ-พัง-กะ-รา
เต, อิ-มัง, ทำ-มัง, ปะ-กา-เสน-ติ…..ทุก-ขู-ปะ-สะ-มะ-คา-มิ-นัง

[คำแปล]

“เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างเกิดขึ้นในโลก พระองค์ย่อมประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้.”

(สารีปุตฺต) ขุ.ปฏิ. 31/418.

โลกคือหมู่สัตว์นี้ถูกปกคลุมไปด้วยความทุกข์ อันได้แก่ ทุกข์เพราะความเกิด ทุกข์เพราะความไม่แน่นอนของชีวิต ทุกข์เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วย ทุกข์เพราะความตาย เป็นต้น สภาวะเหล่านี้ทำให้สรรพสัตว์หาความสุขมิได้

นอกจากถูกปกคลุมไปด้วยทุกข์แล้ว โลกคือหมู่สัตว์ยังถูกความมืดมนอนธการคืออวิชชาอันได้แก่ความไม่รู้ในอริยสัจครอบงำอยู่ตลอดเวลา จึงมองไม่เห็นหนทางที่จะพ้นไปจากความทุกข์ที่ปกคลุมนั้นได้

พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อพระองค์เสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว ทรงพิจารณาเห็นความทุกข์ที่รุมเร้าเหล่าสรรพสัตว์ จึงทรงแสวงหาหนทางที่จะช่วยให้สรรพสัตว์ทั้งหลายพ้นไปจากความทุกข์นั้นได้

พระองค์ทรงบำเพ็ญพรตต่าง ๆ นานาเพื่อแสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์ ในที่สุดพระองค์ก็ทรงค้นพบหนทางอันประเสริฐอันมีชื่อว่า อริยมรรคมีองค์ 8 ทรงดำเนินตามทางอันประเสริฐนั้นจนในที่สุดพระองค์ได้ตรัสรู้อริยสัจ 4 สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เมื่อพระองค์ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองแล้วก็ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงนำหลักธรรมที่พระองค์ตรัสรู้นั้นมาแนะนำสรรพสัตว์ทั้งหลายให้รู้ตามและปฏิบัติตาม เป็นเหตุให้อนุชนทั้งหลายผู้มีบารมีถึงพร้อมสามารถปฏิบัติตามและเข้าถึงความพ้นทุกข์อย่างถาวรได้

พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้กระทำแสวงสว่างให้เกิดขึ้นในโลก และทรงประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์ ด้วยประการฉะนี้.