เจดีย์ 4 ประการ
เจดีย์ คือ สิ่งที่เคารพบูชา สิ่งที่เตือนใจให้ระลึกถึง หรือสิ่งที่ก่อขึ้นเป็นที่เคารพ ในที่นี้หมายถึง สถานที่หรือสิ่งที่เคารพบูชาอันเนื่องด้วยพระพุทธเจ้า หรือเกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา เรียกเต็ม ๆ ว่า สัมมาสัมพุทธเจดีย์ หรือ พุทธเจดีย์
เจดีย์ คือ สิ่งที่เคารพบูชา สิ่งที่เตือนใจให้ระลึกถึง หรือสิ่งที่ก่อขึ้นเป็นที่เคารพ ในที่นี้หมายถึง สถานที่หรือสิ่งที่เคารพบูชาอันเนื่องด้วยพระพุทธเจ้า หรือเกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา เรียกเต็ม ๆ ว่า สัมมาสัมพุทธเจดีย์ หรือ พุทธเจดีย์
เวสารัชชะ หรือ เวสารัชชญาณ หมายถึง ความไม่ครั่นคร้าม ความแกล้วกล้าอาจหาญ ได้แก่ พระญาณอันเป็นเหตุให้ทรงแกล้วกล้าอาจหาญไม่ครั่นคร้าม ของพระพุทธเจ้า พระองค์ไม่ทรงกลัวว่าใครจะมาทักท้วงพระองค์ใน 4 เรื่อง
วิบัติ แปลว่า ข้อเสีย จุดอ่อน ความบกพร่องแห่งองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งไม่อำนวยแก่การให้ผลของกรรมดี แต่เปิดช่องให้กรรมชั่วแสดงผล ส่วนประกอบบกพร่อง เปิดช่องให้กรรมชั่ว
วิบัติ แปลว่า ความผิดพลาด ความบกพร่อง ความเสียหาย หมายถึง ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ภิกษุ ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย
วรรณะ ในที่นี้มีความหมายว่า ชนชั้น หมายถึงชนชั้นในสังคมอินเดียสมัยพุทธกาล ที่กำหนดโดยชาติกำเนิดตามหลักของศาสนาพราหมณ์
โยนิ แปลว่า กำเนิด หมายถึง แบบหรือชนิดของการเกิด การถือกำเนิดของสรรพสัตว์ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน จำแนกเป็น 4 ลักษณะ
ผล ในที่นี้ หมายถึง ผลที่เกิดสืบเนื่องจากการละกิเลสได้ด้วยมรรค ธรรมารมณ์อันพระอริยะพึงเสวย ที่เป็นผลเกิดเองในเมื่อกิเลสสิ้นไปด้วยอำนาจมรรคนั้นๆ บางที่เรียกว่า สามัญญผล คือผลแห่งการบำเพ็ญสมณธรรม
มรรค แปลว่า หนทาง ในที่นี้หมายถึง ทางเข้าถึงความเป็นอริยบุคคล ได้แก่ ญาณที่ทำให้ละสังโยชน์ได้ขาด แบ่งเป็น 4 ระดับ ตามความสามารถละสังโยชน์ได้มากน้อยกว่ากัน
ภูมิ คือ ชั้นแห่งจิต ระดับจิตใจ ระดับชีวิต หมายถึง ชั้นหรือพื้นเพของจิตและเจตสิกที่ประณีตขึ้นไปตามลำดับ แบ่งเป็น 4 ชั้น
ปฏิสัมภิทา คือ ปัญญาอันแตกฉาน ความรู้อันแตกฉาน เป็นคุณสมบัติพิเศษของพระอรหันต์ประเภท ปฏิสัมภิทัปปัตโต คือ พระอรหันต์ผู้ได้ปฏิสัมภิทา 4 ประการ
ปฏิปทา หมายถึง แนวปฏิบัติ ทางดำเนิน การปฏิบัติที่เป็นทางดำเนินให้ถึงจุดหมายคือความหลุดพ้นหรือความสิ้นอาสวะ จำแนกตามความยากลำบากของการปฏิบัติและความช้าเร็วของการบรรลุเป้าหมาย
บุคคล หมายถึง บุคคลผู้มีอัธยาศัยต่าง ๆ กัน มีอุปนิสัยต่าง ๆ กัน ท่านจำแนกประเภทตามอุปนิสัยในอันที่จะฟังธรรมแล้วรู้ตามได้ เป็น 4 ประเภท
บริษัท แปลว่า หมู่ คณะ กลุ่มชน ในที่นี้ หมายเอากลุ่มชนตามระบบสังคม ซึ่งจำแนกตามกลุ่มชนทางสังคมในชมพูทวีปในครั้งพุทธกาล แบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ
บริษัท แปลว่า ชุมนุม ที่ประชุม หรือกลุ่มชน ในที่นี้หมายเอาหมู่แห่งพุทธศาสนิก หรือชุมชนชาวพุทธ หมายถึงกลุ่มชนที่จะประคับประคองพระพุทธศาสนาให้คงอยู่และเจริญรุ่งเรืองไปได้
ธรรมสมาทาน คือ ข้อที่ยึดถือเอาเป็นหลักความประพฤติปฏิบัติ หลักการที่ยึดถือปฏิบัติ การประกอบกรรม เป็นข้อธรรมที่มุ่งแสดงถึงรูปแบบของการปฏิบัติและลักษณะของการให้ผลของการปฏิบัตินั้น มี 4 ลักษณะ
ทักขิณาวิสุทธิ หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งทักษิณาหรือการถวายทาน เป็นสิ่งจำแนกให้เห็นชัดว่าการถวายทานนั้นจะมีอานิสงส์มากหรือน้อย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ของฝ่ายผู้ให้และผู้รับ
ฌาน หมายถึง ความแน่วแน่แห่งจิต หรือภาวะที่จิตสงบนิ่งเป็นสมาธิขั้นอัปปนา ซึ่งเป็นสมาธิขั้นสูงสุด เกิดจากการเจริญสมถกรรมฐาน ในที่นี้หมายเอารูปฌาน คือฌานที่เกิดจากการเพ่งสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น กสิณ 10 อสุภะ 10 เป็นต้น เป็นอารมณ์
กิจในอริยสัจ 4 คือ หน้าที่อันจะพึงทำต่ออริยสัจ 4 แต่ละอย่าง ข้อที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องและเสร็จสิ้นในอริยสัจ 4 แต่ละอย่าง ผู้ที่จะปฏิบัติให้ตรัสรู้ได้นั้น จะต้องปฏิบัติกิจในอริยสัจ 4 แต่ละข้อให้ถูกต้อง
โอฆะ แปลว่า ห้วงน้ำ หมายถึง สภาวะอันเป็นดุจกระแสน้ำหลากท่วมใจสัตว์ กิเลสที่เป็นเหมือนห้วงน้ำที่พัดพาสรรพสัตว์ให้จมอยู่ในวังวนแห่งสังสารวัฏ กิเลสดุจน้ำท่วมพาผู้ตกไปให้พินาศ โอฆะนี้ เรียกว่า โยคะ บ้าง เพราะเป็นกิเลสที่ผูกมัดสรรพสัตว์ไว้ในภพ เรียกว่า อาสวะ บ้าง เพราะเป็นกิเลสที่หมักหมมฝังแน่นอยู่ในสันดานของสรรพสัตว์
อุปาทาน แปลว่า ความยึดมั่น ความถือมั่น ความยึดติด หมายเอาความถือมั่นด้วยอำนาจกิเลส ความยึดติดอันเนื่องมาจากตัณหา โดยคิดเอาเองว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นความยึดถือที่ผิด เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายเศร้าหมองต่อการดำรงชีวิต
อาหาร แปลว่า สิ่งที่นำผลมาให้ สภาพที่นำมาซึ่งผลโดยความเป็นปัจจัยค้ำจุนรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย หมายถึง เครื่องค้ำจุนชีวิต สิ่งที่หล่อเลี้ยงร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดกำลังเจริญเติบโตและพัฒนาได้
อวิชชา คือ ความไม่รู้ ความไม่รู้แจ้ง ความไม่รู้จริง หมายถึง ไม่รู้แจ้งชัดตามความเป็นจริง หมายเอาความไม่รู้ในอริยสัจ 4 ประการ
อรูป หรือ อารุปป์ แปลว่า สภาวะที่ไม่มีรูป หมายเอาฌานที่มีอรูปธรรมเป็นอารมณ์ คืออรูปฌาน อย่างหนึ่ง ภพของผู้เข้าถึงอรูปฌาน หรือภพอันเป็นที่อยู่ของอรูปพรหม อย่างหนึ่ง
อริยวงศ์ แปลว่า วงศ์ของพระอริยะ หมายถึง ปฏิปทาหรือข้อปฏิบัติที่พระอริยะทั้งหลายยึดถือปฏิบัติสืบกันมาแต่โบราณไม่ขาดสาย หรืออาจเรียกว่า อริยประเพณี
อัปปมัญญา แปลว่า ไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต หมายเอาธรรมคือพรหมวิหารทั้ง 4 ประการ แต่แผ่ไปในสรรพสัตว์โดยไม่มีประมาณ ไม่มีจำกัดขอบเขต ไม่จำกัดตัวบุคคล มี 4 ประการ เช่นเดียวกับพรหมวิหารธรรม
อปัสเสนะ หรือ อปัสเสนธรรม คือ ธรรมดุจพนักพิง ธรรมเป็นที่พึ่งพิงอาศัย หมายถึง ธรรมที่จำเป็นต้องอาศัยเพื่อป้องกันไม่ให้อกุศลเกิดขึ้น ทำลายอกุศลที่มีอยู่ให้เสื่อมสิ้นไป สนับสนุนให้กุศลเกิดขึ้น และรักษาพอกพูนกุศลที่มีอยู่แล้วให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป
อบาย แปลว่า เสื่อม หรือความปราศจากความเจริญ หมายเอา อบายภูมิ ซึ่งแปลว่า ภูมิหรือดินแดนอันปราศจากความเจริญ หมายถึง ภูมิที่มีแต่ความทุกข์ทรมาน เป็นที่เกิดของผู้ที่ทำบาปกรรมไว้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
อริยสัจ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ หรือ ความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ อริยสัจนี้ เป็นความจริงที่ประเสริฐกว่าความจริงทั้งหมด เพราะสามารถนำไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ เป็นความจริงที่พระอริยะคือพระพุทธเจ้าทรงค้นพบด้วยพระองค์เอง และทำให้ผู้ที่เข้าถึงกลายเป็นพระอริยะ
ธาตุกัมมัฏฐาน คือ กรรมฐานที่มีธาตุเป็นอารมณ์ กรรมฐานที่พิจารณาธาตุเป็นอารมณ์ คือกำหนดพิจารณากายนี้แยกเป็นส่วน ๆ ให้เห็นว่าเป็นเพียงธาตุสี่แต่ละอย่าง ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา
สติปัฏฐาน คือ ที่ตั้งของสติ หมายถึง สิ่งที่จะต้องใช้สติกำหนดพิจารณาให้รู้เห็นตามความเป็นจริง คือตามที่สิ่งนั้น ๆ มันเป็นของมัน เพื่อให้เกิดปัญญารู้แจ้ง