สมาธิ 2 ประการ

สมาธิ 2 ประการ
1. อุปจารสมาธิ สมาธิเฉียด ๆ
2. อัปปนาสมาธิ สมาธิอันแน่วแน่

สังขาร 2 ประการ

สังขาร 2 ประการ
1. อุปาทินนกสังขาร สังขารมีใจครอง
2. อนุปาทินนกสังขาร สังขารไม่มีใจครอง

วิมุตติ 2 ประการ

วิมุตติ 2 ประการ
1. เจโตวิมุตติ การหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งจิต
2. ปัญญาวิมุตติ การหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งปัญญา

รูป 2 ประการ

รูป 2 ประการ
1. มหาภูตรูป สภาวะอันปรากฏได้เป็นใหญ่ๆ โตๆ
2. อุปาทายรูป รูปที่เป็นไปโดยอาศัยมหาภูตรูป

ปาพจน์ 2 ประการ

ปาพจน์ 2 ประการ
1. ธรรม คำสอนแสดงหลักความจริงที่ควรรู้
2. วินัย ข้อบัญญัติที่วางไว้เป็นหลักกำกับความประพฤติ

ปริเยสนา 2 ประการ

ปริเยสนา 2 ประการ
1. อริยปริเยสนา การแสวงหาอย่างประเสริฐ
2. อนริยปริเยสนา การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ

ปฏิสันถาร 2 ประการ

ปฏิสันถาร 2 ประการ
1. อามิสปฏิสันถาร การต้อนรับด้วยอามิส
2. ธัมมปฏิสันถาร การต้อนรับด้วยธรรม

บูชา 2 ประการ

บูชา 2 ประการ
1. อามิสบูชา การบูชาด้วยอามิส
2. ปฏิปัตติบูชา การบูชาด้วยการปฏิบัติตาม

นิพพาน 2 ประการ

นิพพาน 2 ประการ
1. สอุปาทิเสสนิพพาน สภาวะที่ดับกิเลสแต่ยังมีเบญจขันธ์เหลือ
2. อนุปาทิเสสนิพพาน สภาวะที่ดับกิเลสและไม่มีเบญจขันธ์เหลือ

ผู้ใด มีความไร้ศีลธรรมครอบคลุม เหมือนย่านทรายคลุมไม้สาละ ผู้นั้น ชื่อว่าทำตนเหมือนถูกผู้ร้ายคุมตัว

ยสฺส อจฺจนฺตทุสฺสีลฺยํ มาลุวา สาลมิโวตฺถตํ กโรติ โส ตถตฺตานํ ยถา นํ อิจฺฉตี ทิโส.

ธรรม 2 ประการ (หมวดที่ 3)

ธรรม 2 ประการ
1. สังขตธรรม ธรรมอันปัจจัยปรุงแต่ง
2. อสังขตธรรม ธรรมอันปัจจัยไม่ได้ปรุงแต่ง

ธรรม 2 ประการ (หมวดที่ 2)

ธรรม 2 ประการ
1. โลกิยธรรม ธรรมอันเป็นวิสัยของโลก
2. โลกุตรธรรม ธรรมอันมิใช่วิสัยของโลก

สิ่งที่รัก (อื่น) เสมอด้วยตน ไม่มี, ทรัพย์ (อื่น) เสมอด้วยข้าวเปลือก ไม่มี, แสงสว่าง (อื่น) เสมอด้วยปัญญา ไม่มี, ฝนแลเป็นสระอย่างยิ่ง

นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา วุฏฺฐิ เว ปรมา สรา.

เทศนา 2 ประการ (หมวดที่ 1)

เทศนา 2 ประการ
1. ปุคคลาทิฏฐานา เทศนา การแสดงธรรมโดยการยกบุคคลขึ้นเป็นที่ตั้ง
2. ธัมมาทิฏฐานา เทศนา การแสดงธรรมโดยมีธรรมเป็นที่ตั้ง

ทิฏฐิ 2 ประการ

ทิฏฐิ 2 ประการ
1. สัสสตทิฏฐิ ความเห็นว่าเที่ยง
2. อุจเฉททิฏฐิ ความเห็นว่าขาดสูญ

กาม 2 อย่าง

กาม 2 อย่าง
1. กิเลสกาม แปลว่า กิเลสเป็นเหตุใคร่
2. วัตถุกาม แปลว่า วัตถุอันน่าใคร่

กรรมฐาน 2 ประเภท

กรรมฐาน 2 ประเภท
1. สมถกรรมฐาน กรรมฐานเป็นอุบายสงบใจ
2. วิปัสสนากรรมฐาน กรรมฐานเป็นอุบายเรืองปัญญา

อริยบุคคล 2 ประเภท

อริยบุคคล 2 ประเภท
1. พระเสขะ ผู้ยังต้องศึกษา
2. พระอเสขะ ผู้ไม่ต้องศึกษา

อานิสงส์ของสุจริต 5 ประการ

สุจริต คือ ความประพฤติดี หรือการทำความดีนั่นเอง แบ่งเป็น 3 อย่าง คือ การทำความดีทางกาย เรียกว่า กายสุจริต การทำความดีทางวาจา เรียกว่า วจีสุจริต และการทำความดีทางใจ เรียกว่า มโนสุจริต

โทษของทุจริต 5 ประการ

ทุจริต คือ การประพฤติชั่ว หมายเอาความชั่วทางกาย 3 ประการ ที่เรียกว่า กายทุจริต ความชั่วทางวาจา 4 ประการ ที่เรียกว่า วจีทุจริต และความชั่วทางใจ 3 ประการ ที่เรียกว่า มโนทุจริต

กุศลกรรมบถ 10 ประการ

กุศลกรรมบถ แปลว่า ทางแห่งกุศลกรรม ทางแห่งความดี หรือกรรมดีอันจะเป็นทางนำไปสู่สุคติ มี 10 ประการ แบ่งออกเป็นฝ่ายกายกรรม 3 ประการ ฝ่ายวจีกรรม 4 ประการ และฝ่ายมโนกรรม 3 ประการ

อกุศลกรรมบถ 10 ประการ

อกุศลกรรมบถ แปลว่า ทางแห่งอกุศลกรรม ทางแห่งความชั่ว หมายถึง สิ่งที่จะนำพาเราไปสู่สิ่งที่ชั่วร้าย หรือความชั่วอันจะเป็นทางไปสู่ความเสื่อม ความทุกข์ หรือทุคติ มี 10 ประการ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ฝ่ายชั่ว

สุจริต 3 ประการ

สุจริต แปลว่า ความประพฤติดี หมายถึง การทำความดีทางกาย ทางวาจา และทางใจ อันจะเป็นเหตุให้เกิดความสุขสงบร่มเย็นทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น มี 3 อย่าง

ทุจริต 3 ประการ

คำว่า “ทุจริต” แปลว่า ความประพฤติชั่ว คือความประพฤติที่เป็นบาปอกุศล ผิดศีลธรรม เป็นการกระทำที่ก่อทุกข์ก่อโทษให้แก่ตนเองและผู้อื่น มี 3 อย่าง

โอวาทของพระพุทธเจ้า 3 ข้อ

โอวาทของพระพุทธเจ้า หรือ พุทธโอวาท หมายถึง คำสอนของพระพุทธเจ้า หมายเอาคำสอนที่พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ตรัสสอนเหล่าพุทธสาวก

อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน 3 อย่าง

พระพุทธเจ้า เมื่อจะทรงแสดงธรรมแก่ใครก็ตาม พระองค์มีหลักในการแสดงธรรมอยู่ 3 ประการ ซึ่งหลักทั้ง 3 ประการนี้เอง ทำให้พระองค์ได้รับการยอมรับนับถือจากผู้ที่ได้ฟังธรรมจากพระองค์