อโถ อตฺถํ คเหตฺวาน อนตฺถํ ปฏิปชฺชติ
อโถ อตฺถํ คเหตฺวาน อนตฺถํ ปฏิปชฺชติ.
“คนมักโกรธ ถือเอาประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์”
(องฺ.สตฺตก. 23/98)
อโถ อตฺถํ คเหตฺวาน อนตฺถํ ปฏิปชฺชติ.
“คนมักโกรธ ถือเอาประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์”
(องฺ.สตฺตก. 23/98)
ทุกฺขํ สยติ โกธโน.
“คนมักโกรธ ย่อมนอนเป็นทุกข์”
(นัย- องฺ.สตฺตก. 23/98)
โกธโน ทุพฺพณฺโณ โหติ.
“คนมักโกรธ ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง”
(องฺ.สตฺตก. 23/98)
โกธาภิภูโต กุสลํ ชหาติ.
“ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย”
(นัย- ขุ.ชา.ทสก. 27/286)
โกธํ ฆตฺวา น โสจติ.
“ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก”
(สํ.ส. 15/57, 64)
โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ.
“ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข”
(สํ.ส. 15/57, 64)
นตฺถิ โทสสโม กลิ.
“ความผิด เสมอด้วยโทสะ ไม่มี”
(ขุ.ธ. 25/42)
นตฺถิ โทสสโม คโห.
“ผู้จับ เสมอด้วยโทสะ ไม่มีเลย”
(ขุ.ธ. 25/48)
โทโส โกธสมุฏฺฐาโน.
“โทสะ มีความโกรธเป็นสมุฏฐาน”
(ขุ.ชา.ทสก. 27/273)
โกโธ ทุมฺเมธโคจโร.
“ความโกรธ เป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม”
(ขุ.ชา.ทสก. 27/280)
อปฺโป หุตฺวา พหุ โหติ วฑฺฒเต โส อขนฺติโช.
“ความโกรธ น้อยแล้วมาก มันเกิดจากความไม่อดทน จึงทวีขึ้น”
(ขุ.ชา.ทสก. 27/273)
อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นรํ.
“ความโกรธ ครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมน ย่อมมีเมื่อนั้น”
(องฺ.สตฺตก. 23/99, ขุ.มหา. 29/18)
โกโธ จิตฺตปฺปโกปโน.
“ความโกรธ ทำให้จิตใจกำเริบ”
(องฺ.สตฺตก. 23/99)
อนตฺถชนโน โกโธ.
“ความโกรธ ก่อความพินาศ”
(องฺ.สตฺตก. 23/99)
โกโธ สตฺถมลํ โลเก.
“ความโกรธ เป็นดังสนิมศัสตราในโลก”
(สํ.ส. 15/60)
ศีลข้อที่ 5 สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการดื่มของมึนเมาคือสุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
น หิ สาธุ โกโธ.
“ความโกรธ ไม่ดีเลย”
(ขุ.ชา.ฉกฺก. 27/188)
ศีลข้อที่ 4 มุสาวาทา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการกล่าวคำเท็จ การผิดศีลข้อนี้พิจารณาจาก เรื่องไม่จริง จิตคิดจะกล่าวให้ผิด พยายามกล่าวออกไป คนฟังเข้าใจเนื้อความ
ศีลข้อที่ 3 กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ศีลข้อที่ 3 นี้ มีความมุ่งหมายเพื่อป้องกันการผิดประเวณี ป้องกันความแตกร้าวในหมู่มนุษย์ และทำให้มนุษย์ยังคงมีความเป็นมนุษย์ ไม่ประพฤ...
ศีลข้อที่ 2 อทินนาทานา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้ พระพุทธศาสนาสอนให้เรางดการขโมย การชิงทรัพย์ของคนอื่น การฉ้อโกง
เมื่อพิจารณาโดยวัตถุ การฆ่าคนย่อมเป็นบาปมากกว่าการฆ่าสัตว์ดิรัจฉาน และบาปย่อมยิ่งหย่อนกว่ากันโดยคุณของผู้ถูกฆ่าด้วย เช่น ฆ่าผู้มีคุณมาก ย่อมบาปมากกว่าฆ่าผู้มีคุณน้อย เป็นต้น
ศีล 5 ข้อ
1. ปาณาติปาตา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วงไป
2. อทินนาทานา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้
3. กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
4. มุสาวาทา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการกล่าวเท็จ
5. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
ยทตฺตครหี ตทกุพฺพมาโน.
“ติตนเองเพราะเหตุใด ไม่ควรทำเหตุนั้น”
(ขุ.สุ. 25/486)
อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา น นํ ปาเปน สํยุเช.
“ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ไม่ควรประกอบตนนั้นด้วยความชั่ว”
(สํ.ส. 25/104)
อตฺตทตฺถํ ปรตฺเถน พหุนาปิ น หาปเย.
“ไม่ควรพร่าประโยชน์ตน เพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก”
(ขุ.ธ. 25/37)
อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย.
“บุคคลไม่ควรลืมตน”
(ขุ.ชา.ตึส. 27/503)
อตฺตานํ น ปริจฺจเช.
“บุรุษไม่พึงสละเสียซึ่งตน”
(สํ.ส. 15/16)
อตฺตานํ น ทเท โปโส.
“บุรุษไม่พึงให้ซึ่งตน”
(สํ.ส. 15/60)
อตฺตานญฺจ น ฆาเตสิ.
“อย่าฆ่าตนเสีย”
(ขุ.ชา.มหา. 28/279)
อตฺตานุรกฺขี ภว มา อฑยฺหิ.
“จงเป็นผู้ตามรักษาตนอย่าให้เดือดร้อน”
(ขุ.ชา.ปกิณฺณก 27/372)