ผู้ใดไม่รู้ ย่อมก่ออุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้น ผู้รู้เห็นแดนเกิดแห่งทุกข์ จึงไม่ควรก่ออุปธิ
โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ มนฺโท ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิรา ทุกฺขสฺส ชาติปฺปภวานุปสฺสี.
โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ มนฺโท ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิรา ทุกฺขสฺส ชาติปฺปภวานุปสฺสี.
โยธ กาเม อจฺจุตฺตริ สงฺคํ โลเก ทุรจฺจยํ น โส โสจติ นาชฺเฌติ ฉินฺนโสโต อพนฺธโน.
ยสฺส นตฺถิ อิทํ เมติ ปเรสํ วาปิ กิญฺจนํ มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ นตฺถิ เมติ น โสจติ.
มูฬฺโห อตฺถํ น ชานาติ มูฬฺโห ธมฺมํ น ปสฺสติ อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โมโห สหเต นรํ.
มานุเปตา อยํ ปชา มานคนฺถา มานวินิพฺพทฺธา ทิฏฺฐีสุ พฺยารมฺภกตา สํสารํ นาติวตฺตติ.
มจฺจุนาพฺภาหโต โลโก ชราย ปริวาริโต ตณฺหาสลฺเลน โอติณฺโณ อิจฺฉาธูปายิโต สทา.
ปุราณํ นาภินนฺเทยฺย นเว ขนฺติมกุพฺพเย หิยฺยมาเน น โสเจยฺย อากาสํ น สิโต สิยา.
นิราสตฺตี อนาคเต อตีตํ นานุโสจติ วิเวกทสฺสี ผสฺเสสุ ทิฏฺฐีสุ จ น นิยฺยติ.
นิทฺทํ ตนฺทึ สเห ถีนํ ปมาเทน น สํวเส อติมาเน น ติฏฺเฐยฺย นิพฺพานมนโส นโร.
นนฺทิสมฺพนฺธโน โลโก วิตกฺกสฺส วิจารณํ ตณฺหาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ.
ตณฺหาย อุฑฺฑิโต โลโก ชราย ปริวาริโต มจฺจุนา ปิหิโต โลโก ทุกฺเข โลโก ปติฏฺฐิโต.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ สตฺโต สํสารมาปาทิ กมฺมํ ตสฺส ปรายนํ.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขา น ปริมุจฺจติ.
อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย.
“ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า”
(สํ.ส. 15/68, ขุ.ธ. 25/56)
สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ.
“ความดี อันคนชั่วทำยาก”
(วิ.จุล. 7/195, ขุ.อุ. 25/167)
สุกรํ สาธุนา สาธุ.
“ความดี อันคนดีทำง่าย”
(วิ.จุล. 7/195, ขุ.อุ. 25/167)
สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคตึ.
“กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทุคติ”
(วิ.จุล. 7/195, ขุ.อุ. 25/167)
ยงฺกิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ น ตํ โหติ มหปฺผลํ.
“การงานอะไร ๆ ที่ย่อหย่อน ย่อมไม่มีผลมาก”
(นัย- สํ.ส. 15/68)
กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย.
“กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือให้ทรามและประณีต”
(ม.อุป. 14/385)
ปฏิกจฺเจว ตํ กยิรา ยํ ชญฺญา หิตมตฺตโน.
“รู้ว่าการใดเป็นประโยชน์แก่ตน พึงรีบทำการนั้นเทียว”
(สํ.ส. 15/81)
กตสฺส นตฺถิ ปฏิการํ.
“สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้เลย”
(ส.ส.)
นิสมฺม กรณํ เสยฺโย.
“ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ ดีกว่า”
(ว.ว.)
กมฺมุนา วตฺตตี โลโก.
“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
(ม.ม. 13/648, ขุ.สุ. 25/457)
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.
“ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”
(สํ.ส. 15/333, ขุ.ชา.ทุก. 27/84)
น หิ ตํ สุลภํ โหติ สุขํ ทุกฺกฏการินา.
“สุขไม่เป็นผลอันคนทำความชั่วจะได้ง่าย”
(สํ.ส. 15/104)
ยํ เว หิตญฺจ สาธุญฺจ ตํ เว ปรมทุกฺกรํ.
“การใดแล เป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแล ทำได้ยากยิ่ง”
(ขุ.ธ. 25/37)
สุกรานิ อสาธูนิ อตฺตโน อหิตานิ จ.
“การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย”
(ขุ.ธ. 25/37)
ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ.
“ทำกรรมใดแล้วไม่เดือดร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นแล เป็นดี”
(สํ.ส. 15/81, ขุ.ธ. 25/23)
น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ.
“ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี”
(สํ.ส. 15/81, ขุ.ธ. 25/23)