Skip to content
  • ใจสั่งมา
  • พุทธศาสนสุภาษิต
    • หมวด ก-ด
      • กัมมวรรค (หมวดกรรม)
      • กิเลสวรรค (หมวดกิเลส)
      • โกธวรรค (หมวดความโกรธ)
      • ขันติวรรค (หมวดความอดทน)
      • จิตตวรรค (หมวดจิต)
      • ชยวรรค (หมวดความชนะ)
    • หมวด ต-พ
      • ทุกขวรรค (หมวดทุกข์)
      • ทานวรรค (หมวดทาน)
      • ธัมมวรรค (หมวดธรรม)
      • ปกิณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด)
      • ปาปวรรค (หมวดบาป)
      • ปุคคลวรรค (หมวดบุคคล)
      • ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา)
      • ปุญญวรรค (หมวดบุญ)
      • ปมาทวรรค (หมวดประมาท)
    • หมวด ฟ-ษ
      • มัจจุวรรค (หมวดความตาย)
      • มิตตวรรค (หมวดมิตร)
      • ยาจนวรรค (หมวดการขอ)
      • ราชวรรค (หมวดพระราชา)
      • วาจาวรรค (หมวดวาจา)
      • วิริยวรรค (หมวดความเพียร)
      • เวรวรรค (หมวดเวร)
    • หมวด ส-ฮ
      • สุขวรรค (หมวดความสุข)
      • สัจจวรรค (หมวดความสัตย์)
      • สติวรรค (หมวดสติ)
      • สมณวรรค (หมวดสมณะ)
      • สีลวรรค (หมวดศีล)
      • สามัคคีวรรค (หมวดสามัคคี)
      • เสวนาวรรค (หมวดการคบหา)
      • สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา)
      • สันตุฏฐิวรรค (หมวดสันโดษ)
      • อัตตวรรค (หมวดตน)
      • อัปปมาทวรรค (หมวดไม่ประมาท)
    • อักษรย่อบอกนามคัมภีร์
  • หัวข้อธรรม
    • ทุกะ (หมวดสอง)
    • ติกะ (หมวดสาม)
    • จตุกกะ (หมวดสี่)
    • ปัญจกะ (หมวดห้า)
    • ฉักกะ (หมวดหก)
    • สัตตกะ (หมวดเจ็ด)
    • อัฏฐกะ (หมวดแปด)
    • ทสกะ (หมวดสิบ)
  • ใจสั่งมา
  • พุทธศาสนสุภาษิต
    • หมวด ก-ด
      • กัมมวรรค (หมวดกรรม)
      • กิเลสวรรค (หมวดกิเลส)
      • โกธวรรค (หมวดความโกรธ)
      • ขันติวรรค (หมวดความอดทน)
      • จิตตวรรค (หมวดจิต)
      • ชยวรรค (หมวดความชนะ)
    • หมวด ต-พ
      • ทุกขวรรค (หมวดทุกข์)
      • ทานวรรค (หมวดทาน)
      • ธัมมวรรค (หมวดธรรม)
      • ปกิณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด)
      • ปาปวรรค (หมวดบาป)
      • ปุคคลวรรค (หมวดบุคคล)
      • ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา)
      • ปุญญวรรค (หมวดบุญ)
      • ปมาทวรรค (หมวดประมาท)
    • หมวด ฟ-ษ
      • มัจจุวรรค (หมวดความตาย)
      • มิตตวรรค (หมวดมิตร)
      • ยาจนวรรค (หมวดการขอ)
      • ราชวรรค (หมวดพระราชา)
      • วาจาวรรค (หมวดวาจา)
      • วิริยวรรค (หมวดความเพียร)
      • เวรวรรค (หมวดเวร)
    • หมวด ส-ฮ
      • สุขวรรค (หมวดความสุข)
      • สัจจวรรค (หมวดความสัตย์)
      • สติวรรค (หมวดสติ)
      • สมณวรรค (หมวดสมณะ)
      • สีลวรรค (หมวดศีล)
      • สามัคคีวรรค (หมวดสามัคคี)
      • เสวนาวรรค (หมวดการคบหา)
      • สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา)
      • สันตุฏฐิวรรค (หมวดสันโดษ)
      • อัตตวรรค (หมวดตน)
      • อัปปมาทวรรค (หมวดไม่ประมาท)
    • อักษรย่อบอกนามคัมภีร์
  • หัวข้อธรรม
    • ทุกะ (หมวดสอง)
    • ติกะ (หมวดสาม)
    • จตุกกะ (หมวดสี่)
    • ปัญจกะ (หมวดห้า)
    • ฉักกะ (หมวดหก)
    • สัตตกะ (หมวดเจ็ด)
    • อัฏฐกะ (หมวดแปด)
    • ทสกะ (หมวดสิบ)

สุภาสิตทฺธชา อิสโย “ฤาษีทั้งหลายมีสุภาษิตเป็นธงชัย”

สุภาสิตทฺธชา อิสโย.
“ฤาษีทั้งหลายมีสุภาษิตเป็นธงชัย”
(สํ.นิ. 16/326, องฺ.จตุกฺก. 21/66)

อุเปโต ทมสจฺเจน ส เว กาสาวมรหติ

อุเปโต ทมสจฺเจน ส เว กาสาวมรหติ.
“ผู้ประกอบด้วยทมะและสัจจะนั่นแล ควรครองผ้ากาสาวะ”
(ขุ.ธ. 25/16, ขุ.ชา.ทุก. 27/83, ขุ.เถร. 26/400)

อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ

อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ.
“ผู้ปราศจากทมะและสัจจะ ไม่ควรครองผ้ากาสาวะ”
(ขุ.ธ. 25/16, ขุ.ชา.ทุก. 27/83, ขุ.เถร. 26/400)

อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ “บรรพชิตผู้ไม่สำรวม ไม่ดี”

อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ.
“บรรพชิตผู้ไม่สำรวม ไม่ดี”
(ขุ.ชา.วีส. 27/446)

น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต

น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต.
“บรรพชิตฆ่าผู้อื่นเบียดเบียนผู้อื่น ไม่เป็นสมณะเลย”
(ขุ.ธ. 25/65)

สมณีธ อรณา โลเก “สมณะในศาสนานี้ ไม่เป็นข้าศึกในโลก”

สมณีธ อรณา โลเก.
“สมณะในศาสนานี้ ไม่เป็นข้าศึกในโลก”
(สํ.ส. 15/61)

สลาภํ นาติมญฺเญยฺย “ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน”

สลาภํ นาติมญฺเญยฺย.
“ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน”
(ขุ.ธ. 25/65)

ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺฐพฺพํ “ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น”

ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺฐพฺพํ.
“ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น”
(วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)

สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต

สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต.
“ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นำสุขมาให้”
(วิ.มหา. 4/6, ขุ.อุ. 25/86)

ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน “ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้”

ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน.
“ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้”
(ขุ.ธ. 25/59)

สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ “ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง”

สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ.
“ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง”
(ขุ.ธ. 25/42)

สทฺธา ทุติยา ปุริสสฺส โหติ “ศรัทธา เป็นเพื่อนสองของคน”

สทฺธา ทุติยา ปุริสสฺส โหติ.
“ศรัทธา เป็นเพื่อนสองของคน”
(สํ.ส. 15/35, 52)

สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ “ศรัทธาเป็นทรัพย์ประเสริฐของคนในโลกนี้”

สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ.
“ศรัทธาเป็นทรัพย์ประเสริฐของคนในโลกนี้”
(สํ.ส. 15/58, ขุ.สุ. 25/360)

สุขา สทฺธา ปติฏฺฐิตา “ศรัทธาตั้งมั่นแล้วนำสุขมาให้”

สุขา สทฺธา ปติฏฺฐิตา.
“ศรัทธาตั้งมั่นแล้วนำสุขมาให้”
(ขุ.ธ. 25/59)

สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตา “ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ”

สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตา.
“ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ”
(สํ.ส. 15/50)

สทฺธา พนฺธติ ปาเถยฺยํ “ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียง (คือกุศล)”

สทฺธา พนฺธติ ปาเถยฺยํ.
“ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียง (คือกุศล)”
(สํ.ส. 15/61)

รกฺขมาโน สโต รกฺเข “ผู้รักษา ควรมีสติรักษา”

รกฺขมาโน สโต รกฺเข.
“ผู้รักษา ควรมีสติรักษา”
(ส.ส.)

สติมโต สุเว เสยฺโย “คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน”

สติมโต สุเว เสยฺโย.
“คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน”
(สํ.ส. 15/306)

สติมา สุขเมธติ “คนมีสติ ย่อมได้รับความสุข”

สติมา สุขเมธติ.
“คนมีสติ ย่อมได้รับความสุข”
(สํ.ส. 15/306)

สติมโต สทา ภทฺทํ “คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ”

สติมโต สทา ภทฺทํ.
“คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ”
(สํ.ส. 15/306)

สติ สพฺพตฺถ ปตฺถิยา “สติจำปรารถนาในที่ทั้งปวง”

สติ สพฺพตฺถ ปตฺถิยา.
“สติจำปรารถนาในที่ทั้งปวง”
(ว.ว.)

สติ โลกสฺมิ ชาคโร “สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก”

สติ โลกสฺมิ ชาคโร.
“สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก”
(สํ.ส. 15/61)

สจฺจมนุรกฺเขยฺย “พึงตามรักษาความสัตย์”

สจฺจมนุรกฺเขยฺย.
“พึงตามรักษาความสัตย์”
(ม.อุป. 14/436)

สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ อหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา

สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ อหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา.
“สัตบุรุษได้ตั้งมั่นในความสัตย์ที่เป็นอรรถและเป็นธรรม”
(สํ.ส. 15/278, ขุ.สุ. 25/412, ขุ.เถร. 26/434)

สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ “คนได้เกียรติ (ชื่อเสียง) เพราะความสัตย์”

สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ.
“คนได้เกียรติ (ชื่อเสียง) เพราะความสัตย์”
(สํ.ส. 15/316, ขุ.สุ. 25/361)

สจฺจํ เว อมตา วาจา “คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย”

สจฺจํ เว อมตา วาจา.
“คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย”
(สํ.ส. 15/278, ขุ.เถร. 26/434)

สจฺจํ หเว สาธุตรํ รสานํ “ความสัตย์นั่นแล ดีกว่ารสทั้งหลาย”

สจฺจํ หเว สาธุตรํ รสานํ.
“ความสัตย์นั่นแล ดีกว่ารสทั้งหลาย”
(สํ.ส. 15/58, ขุ.สุ. 25/306)

น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ

น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ.
“ในกาลไหน ๆ เวรในโลกนี้ ย่อมระงับด้วยเวรไม่ได้เลย”
(วิ.มหา. 5/336, ม.อุป. 14/297, ขุ.ธ.25/15, ขุ.ชา.ปญฺจก. 27/182)

อเวเรน จ สมฺมนฺติ “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร”

อเวเรน จ สมฺมนฺติ.
“เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร”
(วิ.มหา. 5/336, ม.อุป. 14/297, ขุ.ธ.25/15, ขุ.ชา.ปญฺจก. 27/182)

เย เวรํ นูปนยฺหนฺติ เวรํ เตสูปสมฺมติ “เวรของผู้ไม่จองเวร ย่อมระงับได้”

เย เวรํ นูปนยฺหนฺติ เวรํ เตสูปสมฺมติ.
“เวรของผู้ไม่จองเวร ย่อมระงับได้”
(ม.อุป. 14/197, ขุ.ธ. 25/15, ขุ.ชา.ปญฺจก. 27/182)

  • หน้าก่อนหน้า
  • หน้าถัดไป »

ใจสั่งมา © 2018-2026. All Rights Reserved.

Powered by  - Designed with the Hueman theme