สํโวหาเรน โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ “ความสะอาด พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ”
สํโวหาเรน โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ.
“ความสะอาด พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ”
(นัย- ขุ.อุ. 25/178)
สํโวหาเรน โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ.
“ความสะอาด พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ”
(นัย- ขุ.อุ. 25/178)
อภูตวาที นิรยํ อุเปติ.
“คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก”
(ขุ.ธ. 25/55)
ทุฏฺฐสฺส ผรุสา วาจา.
“คนโกรธมีวาจาหยาบ”
(ขุ.ชา.ทสก. 27/273)
มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ.
“คนเปล่งวาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน”
(ขุ.ชา.เอก. 27/28)
โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ.
“เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ”
(ขุ.ชา.เอก. 27/28)
หทยสฺส สทิสี วาจา.
“วาจา เช่นเดียวกับใจ”
(ขุ.ชา.จตุกฺก. 27/138)
ปุตฺตกํ วิย ราชาโน ปชํ รกฺขนฺตุ สพฺพทา.
“พระราชาจงรักษาประชาราษฎร์ ให้เหมือนบิดารักษาบุตรทุกเมื่อ”
(นัย- ส.ส.)
ขตฺติโย เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ เย โคตฺตปฏิสาริโน.
“พระมหากษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐสุด ในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยสกุล”
(ที.ปาฏิ. 11/107, ม.ม. 13/32, สํ.ส. 15/225, สํ.นิ. 16/331)
สนฺนทฺโธ ขตฺติโย ตปติ.
“พระมหากษัตริย์ทรงเครื่องรบย่อมสง่า”
(สํ.นิ. 16/331, ขุ.ธ. 25/67)
กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต ราชา รฏฺฐสฺส ปูชิโต.
“พระราชาผู้ไม่กริ้วตอบผู้โกรธ ราษฎรก็ย่อมบูชา”
(ขุ.ชา.จตุกฺก. 27/187)
สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ โหติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก.
“ถ้าพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข”
(องฺ.จตุกฺก. 21/99, ขุ.ชา.จตุกฺก. 27/152)
ราชา มุขํ มนุสฺสานํ.
“พระราชา เป็นประมุขของปวงชน”
(วิ.มหา. 5/124, ม.ม. 13/556, ขุ.สุ. 25/446)
ราชา รฏฺฐสฺส ปญฺญานํ.
“พระราชา เป็นเครื่องปรากฏของแว่นแคว้น”
(สํ.ส. 15/57)
น ตํ ยาเจ ยสฺส ปิยํ ชิคึเส.
“ไม่ควรขอสิ่งที่รู้ว่าเป็นที่รักของเขา”
(วิ.มหาวิภงฺค. 1/334, ชุ.ชา.ติก. 27/100)
เทสฺโส จ โหติ อติยาจนาย.
“คนย่อมเป็นที่เกลียดชังเพราะขอจัด”
(วิ.มหาวิภงฺค. 1/334, ชุ.ชา.ติก. 27/100)
ยาจํ อททมปฺปิโย.
“ผู้ถูกขอ เมื่อไม่ให้สิ่งของที่เขาขอ ย่อมไม่เป็นที่รัก”
(ขุ.ชา.สตฺตก. 29/220)
ยาจโก อปฺปิโย โหติ.
“ผู้ขอย่อมไม่เป็นที่รัก”
(วิ.มหาวิภงฺค. 1/337, ขุ.ชา.สตฺตก. 27/220)
น เว ยาจนฺติ สปฺปญฺญา.
“ผู้มีปัญญา ย่อมจะไม่ขอเลย”
(ขุ.ชา.สตฺตก. 27/220)
โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ เอโก จเร น จ ปาปานิ กยิรา.
“ถ้าไม่ได้สหายผู้รอบคอบ พึงเที่ยวไปคนเดียว และไม่พึงทำความชั่ว”
(วิ.มหา. 5/336, ม.อุป. 14/297)
สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ จเรยฺย เตนตฺตมโน สติมา.
“ถ้าได้สหายผู้รอบคอบ พึงพอใจ มีสติ เที่ยวไปกับเขา”
(วิ.มหา. 5/336, ม.อุป. 14/297)
อตฺถมฺหิ ชาตมฺหิ สุขา สหายา.
“เมื่อความต้องการเกิดขึ้น สหายเป็นผู้นำสุขมาให้”
(ขุ.ธ. ๒๕/๕๙)
นตฺถิ พาเล สหายตา.
“ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล”
(วิ.มหา. 5/336, ม.อุ. 14/279, ขุ.ธ. 25/23, 59)
ภริยา ปรมา สขา.
“ภรรยา เป็นเพื่อนสนิท”
(สํ.ส. 15/51)
ปาปมิตฺโต ปาปสโข ปาปอาจารโคจโร.
“มีมิตรเลว มีเพื่อนเลว ย่อมมีมารยาทและที่เที่ยวเลว”
(ที.ปาฏิ. 11/198)
มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก.
“ผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวแท้”
(ขุ.ชา.ทสก. 27/297)
สพฺเพ อมิตฺเต ตรติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺพติ.
“ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมผ่านพ้นศัตรูทั้งปวง”
(ขุ.ชา.นวก. 27/155)
สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺพติ.
“ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง”
(ขุ.ชา.นวก. 27/54)
สหาโย อตฺถชาตสฺส โหติ มิตฺตํ ปุนปฺปุนํ.
“สหาย เป็นมิตรของผู้มีความต้องการเกิดขึ้นเนือง ๆ”
(สํ.ส. 15/51)
มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร.
“มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน”
(สํ.ส. 15/50)
สตฺโถ ปวสโต มิตฺตํ.
“หมู่เกวียน เป็นมิตรของคนเดินทาง”
(สํ.ส. 15/50)